บริษัท เอวี อะโกร จำกัด | บทความ

บทความ : "หนอนเจาะ"

"หนอนเจาะ"



วันที่: 06 มิถุนายน พ.ศ. 2569

  จำนวนการเข้าชมทั้งหมด : ครั้ง

  ที่มา :

"หนอนเจาะ" 

           หนอนเจาะ (Boring Caterpillars / Larvae) เป็นหนึ่งในศัตรูพืชที่จัดการได้ยากที่สุดในภาคเกษตรกรรม เช่น หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนเจาะฝักข้าวโพด หนอนเจาะผลมะเขือ และหนอนเจาะลำต้น พฤติกรรมการทำลายที่เป็นเอกลักษณ์คือ เมื่อฟักออกจากไข่ หนอนจะเจาะเข้าไปอาศัยและกัดกินอยู่ภายในเนื้อเยื่อพืช ทั้งในส่วนของลำต้น ยอด ดอก หรือผล

           การซ่อนตัวอยู่ภายในโครงสร้างพืชทำให้หนอนเจาะรอดพ้นจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม และรอดพ้นจากการฉีดพ่นสารเคมีแบบสัมผัสทั่วไป ส่งผลให้ท่อน้ำท่ออาหารพืชถูกทำลาย ต้นพืชเหี่ยวเฉา ผลผลิตเน่าเสียและร่วงหล่น สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

แนวทางการจัดการด้วยผลิตภัณฑ์อารักขาพืชจาก เอวีอะโกร (AV AGRO)

           การควบคุมหนอนเจาะให้ได้ผลสัมฤทธิ์ จำเป็นต้องใช้สารเคมีที่มีคุณสมบัติแทรกซึมลึก ออกฤทธิ์แรง และครอบคลุมทั้งระยะไข่ ตัวหนอนที่เพิ่งฟัก และตัวหนอนที่ฝังตัวอยู่ภายใน โดยผลิตภัณฑ์ของเอวีอะโกรมีแนวทางบริหารจัดการดังนี้:

1. การกำจัดหนอนดื้อยาและแทรกซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อภายใน

  • อีมาเมกตินเบนโซเอต (Emamectin Benzoate): สารกำจัดแมลงกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ที่ 6 มีคุณสมบัติแทรกซึมผ่านชั้นผิวใบและเนื้อผล (Translaminar) ได้ดีเยี่ยม เมื่อหนอนเจาะกินเนื้อเยื่อพืชที่ได้รับสารนี้ สารจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้หนอนเป็นอัมพาตและหยุดทำลายทันที เหมาะสำหรับหนอนเจาะดื้อยาทุกชนิด
  • อะบาเมกติน 1.8 (Abamectin 1.8% W/V EC): สารกลุ่มเดียวกับอีมาเมกติน ออกฤทธิ์สัมผัสตาย กินตาย และแทรกซึมลึกเข้าไปกักเก็บอยู่ภายในเนื้อเยื่อพืชเช่นกัน ออกฤทธิ์ได้ดีในระยะที่หนอนเพิ่งฟักออกจากไข่และกำลังจะเจาะเข้าสู่ภายในผลหรือลำต้น

2. การควบคุมด้วยสารดูดซึมและสารผสมสูตรน็อคแรง

 

     โอเมโทเอต 50 (Omethoate):
          สารกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตที่มีคุณสมบัติดูดซึมอย่างแรง (Systemic Action) สารสามารถเคลื่อนย้ายไปตามระบบท่อน้ำท่ออาหารของพืช จึงสามารถเข้าถึงและกำจัดหนอนเจาะลำต้นหรือหนอนที่หลบซ่อนอยู่ภายในส่วนต่างๆ ของพืชได้ดีกว่าสารสัมผัสทั่วไป
     
  เวริมส์ฟอส (ไซเปอร์เมทริน + โพรฟีโนฟอส):
           สารผสมสองพลังบวก (กลุ่ม 3A + 1B) ออกฤทธิ์เฉียบพลันและทำลายไข่ (Ovicidal effect) สารไซเปอร์เมทรินช่วยน็อคตัวหนอนที่อยู่ภายนอกอย่างรวดเร็ว ขณะที่โพรฟีโนฟอสมีประสิทธิภาพในการแทรกซึมสูงและช่วยทำลายไข่ของผีเสื้อกลางคืน (แม่หนอน) ไม่ให้ฟักเป็นตัว ตัดวงจรการระบาดในระยะวิกฤตได้เด็ดขาด

 

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

           หัวใจสำคัญในการกำจัดหนอนเจาะคือ "การพ่นให้ถูกระยะและสลับกลุ่มสาร" แนะนำให้พ่น เวริมส์ฟอส ในระยะที่พบตัวเต็มวัยหรือพบไข่เพื่อตัดวงจรตั้งแต่เริ่มต้น หากหนอนเริ่มฟักตัวและเจาะเข้าเนื้อเยื่อแล้ว ให้เลือกใช้ อีมาเมกตินเบนโซเอต หรือ โอเมโทเอต 50 พ่นสลับกัน เพื่อให้คุณสมบัติการแทรกซึมและดูดซึมเข้าไปจัดการหนอนที่อยู่ภายในได้อย่างเบ็ดเสร็จ และป้องกันปัญหาหนอนดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

รายการล่าสุด

1 แมลงหวีขาว
3 View
2 "โรคเหี่ยวเขียว" มหันตภัยเงียบที่ยากจะรักษา
23 View
3 ด้วงเต่าแตง
4 View
4 "เพลี้ยอ่อน"
5 View
5 "หนอนเจาะ"
1 View
6 โรคใบจุดในพริก
19 View
7 เพลี้ยไฟ: ศัตรูพืชตัวจิ๋วที่สร้างความเสียหายระดับใหญ่
9 View
8 เจาะลึกระยะฟื้นฟูต้นทุเรียน
21 View
9 การเพิ่มประสิทธิภาพทุเรียนระยะ "ดึงยอด ทำใบ"
23 View
10 การเพิ่มประสิทธิภาพการออกดอกและพัฒนาคุณภาพดอกทุเรียน
22 View
11 การจัดการระยะ "เร่งใบแก่" ในทุเรียน เพื่อการสะสมอาหารและคุณภาพผลผลิต
17 View
12 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียนคุณภาพในระยะสะสมอาหาร
19 View
13 ยุทธศาสตร์การเพิ่มผลผลิตทุเรียนผ่านการจัดการระยะ "เปิดตาดอก"
25 View
14 การเพิ่มประสิทธิภาพการติดผลทุเรียนในระยะวิกฤต "ดอกบาน-หางแย้"
21 View
15 การเพิ่มผลผลิตทุเรียนคุณภาพใน "ระยะผลอ่อน"
106 View
16 การจัดการทุเรียนในระยะก่อนเก็บเกี่ยว
58 View
17 โรคแอนแทรคโนส “โรคกุ้งแห้ง” ตัวร้ายทำลายผลผลิต
15 View

ติดตามการอัพเดต


ป้ายกำกับ