วันที่: 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
จำนวนการเข้าชมทั้งหมด : ครั้ง
ที่มา :
โรคใบจุด (Leaf Spot) เป็นหนึ่งในโรคพืชที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อผลผลิตพริกในประเทศไทย โดยมีสาเหตุหลักมาจากเชื้อรา Cercospora capsici (โรคใบจุดตากบ) หรือเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas axonopodis pv. vesicatoria ซึ่งทำให้ใบพริกเกิดแผล จุดด่าง และร่วงก่อนกำหนด ส่งผลให้ต้นพริกสังเคราะห์แสงได้ลดลง ต้นแคระแกร็น และผลผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เชื้อสาเหตุและลักษณะอาการของโรคใบจุดในพริก โรคใบจุดในพริกที่พบส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อรา 2 กลุ่มหลัก ดังนี้:
โรคใบจุดตากบ (Cercospora Leaf Spot): เกิดจากเชื้อรา Cercospora capsici อาการเริ่มแรกเป็นจุดช้ำน้ำขนาดเล็ก ต่อมาแผลจะขยายใหญ่ขึ้นเป็นทรงกลมหรือรี บริเวณกลางแผลมีสีเทาหรือสีขาว ขอบแผลมีสีน้ำตาลเข้มล้อมรอบ มองดูคล้ายตากบ
โรคใบจุดสลับ หรือจุดดำ (Alternaria Leaf Spot): เกิดจากเชื้อรา Alternaria spp. ลักษณะแผลเป็นจุดสีน้ำตาลเข้มถึงดำ และมักจะเห็นเป็นวงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ (Target spot)
ระยะเริ่มแรก: พบจุดแผลขนาดเล็กสีน้ำตาลเข้มหรือสีน้ำเงินบนใบพริก
ระยะลุกลาม: แผลจะขยายใหญ่ขึ้น ตรงกลางแผลมีสีเทาหรือสีขาวนวล ขอบแผลมีสีน้ำตาลเข้ม ลักษณะคล้าย "ตากบ" (Cercospora Leaf Spot)
ระยะรุนแรง: แผลจะกระจายทั่วใบ ใบจะเริ่มเหลือง แห้ง และหลุดร่วงในที่สุด หากเกิดขึ้นในระยะติดดอกออกผล จะทำให้ผลพริกมีขนาดเล็กและบิดเบี้ยว
การจัดการโรคใบจุดให้ได้ผลดีที่สุดในทางวิชาการ คือการผสมผสานระหว่างสารประเภท สัมผัส (Protectant) เพื่อเคลือบปกป้องผิวใบ และสารประเภท ดูดซึม (Systemic) เพื่อซึมลึกเข้าไปรักษาแผลจากภายใน ผลิตภัณฑ์ ไดเมโทมอร์ฟ 50 WG และ คลอโรทาโลนิล 75 จากเอวีอะโกร จึงเป็นคู่สารเคมีที่ถูกจัดวางมาเพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์นี้ได้อย่างสมบูรณ์
สูตรผสมพ่น: ใช้ ไดเมโทมอร์ฟ 50 WG (อัตรา 10-15 กรัม) ผสมร่วมกับ คลอโรทาโลนิล 75 (อัตรา 20-30 กรัม) ต่อน้ำ 20 ลิตร
ระยะป้องกัน (ก่อนเกิดโรค หรือช่วงฟ้าปิดฝนตกชุก): ฉีดพ่นทุก ๆ 7-10 วัน เพื่อสร้างเกราะป้องกันไม่ให้สปอร์เชื้อราฝังตัว
ระยะรักษา (เมื่อเริ่มพบจุดแผลตากบหรือแผลวงสลับ): ฉีดพ่นร่วมกันทันที โดยพ่นซ้ำ 2 ครั้ง ห่างกัน 5 วัน เพื่อหยุดแผลเก่าและบล็อกใบใหม่ไม่ให้ติดเชื้อเพิ่ม
การจัดการโรคใบจุดในพริกให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์การป้องกันควบคู่กับการรักษา การจับคู่ระหว่าง คลอโรทาโลนิล 75 ซึ่งเป็นสารสัมผัสเคลือบผิวใบประสิทธิภาพสูง ร่วมกับ ไดเมโทมอร์ฟ 50 WG ซึ่งเป็นสารดูดซึมทำลายเส้นใยจากภายใน ของเอวีอะโกร ถือเป็นแนวทางตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง ช่วยลดปัญหาการดื้อยาของเชื้อรา ยืดอายุใบพริกให้เขียวสมบูรณ์ เพิ่มพื้นที่สังเคราะห์แสง และนำไปสู่การเก็บเกี่ยวผลผลิตพริกที่มีคุณภาพและได้ปริมาณสูงสุด
ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ควรหลีกเลี่ยงการพ่นสารกลุ่มสัมผัสในช่วงที่มีแดดจัดเพื่อป้องกันอาการใบไหม้ และควรฉีดพ่นให้ทั่วทั้งหน้าใบและหลังใบเนื่องจากเชื้อรามักซ่อนตัวอยู่ใต้ใบพริก

| 1 |
"โรคเหี่ยวเขียว" มหันตภัยเงียบที่ยากจะรักษา
73 View |
| 2 |
แมลงหวีขาว
43 View |
| 3 |
ด้วงเต่าแตง
50 View |
| 4 |
"เพลี้ยอ่อน"
53 View |
| 5 |
"หนอนเจาะ"
35 View |
| 6 |
โรคใบจุดในพริก
50 View |
| 7 |
เพลี้ยไฟ: ศัตรูพืชตัวจิ๋วที่สร้างความเสียหายระดับใหญ่
43 View |
| 8 |
เจาะลึกระยะฟื้นฟูต้นทุเรียน
62 View |
| 9 |
การเพิ่มประสิทธิภาพทุเรียนระยะ "ดึงยอด ทำใบ"
112 View |
| 10 |
การเพิ่มประสิทธิภาพการออกดอกและพัฒนาคุณภาพดอกทุเรียน
52 View |
| 11 |
การจัดการระยะ "เร่งใบแก่" ในทุเรียน เพื่อการสะสมอาหารและคุณภาพผลผลิต
49 View |
| 12 |
การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียนคุณภาพในระยะสะสมอาหาร
59 View |
| 13 |
ยุทธศาสตร์การเพิ่มผลผลิตทุเรียนผ่านการจัดการระยะ "เปิดตาดอก"
67 View |
| 14 |
การเพิ่มประสิทธิภาพการติดผลทุเรียนในระยะวิกฤต "ดอกบาน-หางแย้"
75 View |
| 15 |
การเพิ่มผลผลิตทุเรียนคุณภาพใน "ระยะผลอ่อน"
137 View |
| 16 |
การจัดการทุเรียนในระยะก่อนเก็บเกี่ยว
97 View |
| 17 |
โรคแอนแทรคโนส “โรคกุ้งแห้ง” ตัวร้ายทำลายผลผลิต
58 View |