โบว์ไว้อาลัย

"เพลี้ยอ่อน"



วันที่: 05 มิถุนายน พ.ศ. 2569

  จำนวนการเข้าชมทั้งหมด : ครั้ง

  ที่มา :

"เพลี้ยอ่อน" 

        เพลี้ยอ่อน (Aphids) เป็นแมลงศัตรูพืชประเภทปากดูด (Sucking Pests) ขนาดเล็กที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อพืชผัก ไม้ผล และพืชไร่ ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะรวมกลุ่มกันอยู่บริเวณยอดอ่อน ใบอ่อน หรือใต้ใบ เพื่อดูดกินน้ำเลี้ยงจากท่อน้ำท่ออาหาร ส่งผลให้ใบพืชหงิกงอ ยอดแห้งเหี่ยว และต้นแคระแกร็น

        นอกจากทำลายพืชโดยตรงแล้ว เพลี้ยอ่อนยังขับถ่ายมูลเหนียวที่เรียกว่า "มูลน้ำหวาน" (Honeydew) ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของราดำ ทำให้เกิดโรคราดำบดบังการสังเคราะห์แสงของพืช และที่สำคัญที่สุดคือ เพลี้ยอ่อนเป็นพาหะนำโรคไวรัสพืชที่ร้ายแรงหลายชนิด (เช่น โรคใบด่าง) อีกทั้งยังสามารถขยายพันธุ์ได้แบบไม่อาศัยเพศ (Parthenogenesis) ทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสภาพอากาศแห้งแล้ง

แนวทางการจัดการด้วยผลิตภัณฑ์อารักขาพืชจาก เอวีอะโกร (AV AGRO)

        การควบคุมเพลี้ยอ่อนไม่ให้เกิดการระบาดลุกลาม จำเป็นต้องใช้สารเคมีที่ออกฤทธิ์เร็ว ดูดซึมได้ดี และระงับการขยายพันธุ์ได้อย่างเด็ดขาด โดยผลิตภัณฑ์ของเอวีอะโกรมีแนวทางการจัดการดังนี้:

1. การควบคุมแบบดูดซึมลึกและปกป้องยาวนาน

                                                                                                    อิมิดาโคลพริด 70 (Imidacloprid 70% WG): สารกำจัดแมลงกลุ่มนีโอนิโคตินอยด์ (Neonicotinoids - กลุ่ม 4A) ชนิดเม็ดเข้มข้นสูง มีคุณสมบัติดูดซึมเข้าสู่ระบบท่อน้ำท่ออาหารของพืชได้อย่างรวดเร็วและยาวนาน (Systemic Action) เมื่อฉีดพ่น สารจะแทรกซึมไปทั่วทั้งต้นพืช รวมถึงยอดอ่อนที่แตกใหม่ เมื่อเพลี้ยอ่อนเข้ามากัดกินหรือดูดน้ำเลี้ยง จะได้รับสารพิษเข้าทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้แมลงเป็นอัมพาต หยุดดูดน้ำเลี้ยง และตายในที่สุด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นสารหลักในการบล็อกการระบาด

 

2. การกำจัดแบบสัมผัสและแทรกซึมใต้ผิวใบ

                                                                               อะบาเมกติน 1.8 (Abamectin 1.8% W/V EC):
         
สารกำจัดแมลงกลุ่มสารสกัดจากธรรมชาติ (Avermectins - กลุ่ม 6) ออกฤทธิ์แบบถูกตัวตาย กินตาย และมีคุณสมบัติแทรกซึมผ่านชั้นผิวใบ (Translaminar) สารจะซึมผ่านหน้าใบไปกักเก็บอยู่ภายในเนื้อเยื่อใบพืช จึงสามารถกำจัดกลุ่มเพลี้ยอ่อนที่มักหลบซ่อนอยู่ใต้ใบหรือในใบที่หงิกงอได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเข้าไปรบกวนระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้เพลี้ยอ่อนหมดแรงและตายลงอย่างรวดเร็ว

 

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

        เนื่องจากเพลี้ยอ่อนเป็นแมลงที่วงจรชีวิตสั้นและดื้อยาได้ง่าย การบริหารจัดการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการคือ ไม่ควรใช้สารกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งติดต่อกันเกิน 2 ครั้ง

        แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเอวีอะโกรในลักษณะการฉีดพ่นสลับกลุ่มสาร โดยเริ่มพ่น อิมิดาโคลพริด 70 ในระยะเริ่มพบการระบาดเพื่อเน้นการดูดซึมปกป้องต้นพืชจากภายใน และสลับมาใช้ อะบาเมกติน 1.8 ในรอบถัดไปเพื่อเปลี่ยนกลไกการโจมตีระบบประสาทของแมลง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกวาดล้างเพลี้ยอ่อนได้ย่อยยับ และป้องกันปัญหาการดื้อยาได้อย่างยั่งยืน

 

รายการล่าสุด

1 "โรคเหี่ยวเขียว" มหันตภัยเงียบที่ยากจะรักษา 1,115 View
2 แมลงหวีขาว 1,076 View
3 ด้วงเต่าแตง 1,084 View
4 "เพลี้ยอ่อน" 1,086 View
5 "หนอนเจาะ" 1,091 View
6 โรคใบจุดในพริก 1,088 View
7 เพลี้ยไฟ: ศัตรูพืชตัวจิ๋วที่สร้างความเสียหายระดับใหญ่ 1,079 View
8 เจาะลึกระยะฟื้นฟูต้นทุเรียน 1,096 View
9 การเพิ่มประสิทธิภาพทุเรียนระยะ "ดึงยอด ทำใบ" 1,140 View
10 การเพิ่มประสิทธิภาพการออกดอกและพัฒนาคุณภาพดอกทุเรียน 1,086 View
11 การจัดการระยะ "เร่งใบแก่" ในทุเรียน เพื่อการสะสมอาหารและคุณภาพผลผลิต 1,079 View
12 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียนคุณภาพในระยะสะสมอาหาร 1,094 View
13 ยุทธศาสตร์การเพิ่มผลผลิตทุเรียนผ่านการจัดการระยะ "เปิดตาดอก" 1,088 View
14 การเพิ่มประสิทธิภาพการติดผลทุเรียนในระยะวิกฤต "ดอกบาน-หางแย้" 1,101 View
15 การเพิ่มผลผลิตทุเรียนคุณภาพใน "ระยะผลอ่อน" 1,163 View
16 การจัดการทุเรียนในระยะก่อนเก็บเกี่ยว 1,146 View
17 โรคแอนแทรคโนส “โรคกุ้งแห้ง” ตัวร้ายทำลายผลผลิต 1,087 View

ติดตามการอัพเดต


ป้ายกำกับ (Tags)


คำถามที่พบบ่อย

การดูแลและรับมือปัญหาเรื่อง เพลี้ยอ่อน อย่างถูกวิธี ช่วยป้องกันความเสียหายแก่พืชผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสาระสำคัญคือ (Aphids) เป็นแมลงศัตรูพืชประเภทปากดูด (Sucking Pests) ขนาดเล็กที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อพืชผัก ไม้ผล และพืชไร่ ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะรวมกลุ่มกันอยู่บริเวณยอดอ่อน ใบอ่อน หรือใต้ใบ เพื่อดูดกินน้ำเลี้ยงจากท่อน้ำท่ออาหาร ส่งผลให้ใบพืชหงิกงอ ยอดแห้งเหี่ยว และต้นแคระแกร็น นอกจากทำลายพืชโดยตรงแล้ว เพลี้ยอ่อนยังขับถ่ายมูลเหนียวที่เรียกว่า มูลน้ำหวาน (Honeydew) ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของราดำ ทำให้เกิดโรคราดำบดบังการสังเคราะห์แสงของพืช และที่สำคัญที่สุด...
ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เคมีเกษตร ปุ๋ยทางใบ และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชคุณภาพสูงจาก บริษัท เอวี อะโกร จำกัด ตามอัตราส่วนที่แนะนำ เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโต และเพิ่มน้ำหนักผลผลิตสูงสุด