โบว์ไว้อาลัย

ตารางเปรียบเทียบสินค้ากลุ่ม : หมวดหมู่กลุ่มพืช

สามารถเลื่อนสไลด์แนวนอนเพื่อเปรียบเทียบสินค้าตัวอื่นๆ ในกลุ่มนี้

กลับหมวดหมู่
หัวข้อคุณสมบัติ
(80 รายการ)
2,4-ดี-ไดเมทิลแมโมเนีย
ฮอตเทรลพลัส สูตรเย็น
โดรนเบรอน
โดรนไฟท์
โดรนซอล
วิคเฟน
อะบาเมกติน
อะมิทราซ 20
สเปค-วัน
สทอร์ม-เอฟ
คลอโรทาโลนิล 75
คาร์เบนดาซิม 50 เอสซี
ไดเมโทรมอร์ฟ 50 ดับบลิวจี
ไทอะมีทอกแซม 25 ดับบลิวจี
อะซีทามิพริด 20 เอสพี
อะบาเมกติน 1.8
ฟิโพรนิล 5 EC
ฟิโพรนิล
เวริมส์ฟอส
เอวานอล
อิมิดาโคลพริด 70
โอเมโทเอต 50
อีมาเมกตินเบนโซเอต
อีทีฟอน 48
10-20-30
10-50-10
11-0-41
20-20-20
30-10-10
ทรีโตไลท์ นาข้าว
สารปรับปรุงดิน
พีชมอส
ทรีโตไลท์ ไม้ผล
เอวี ออย
เอวี แม็กซ์
รัสแบค
เอวี ดูม
ฟาสเตอร์ แซด
เจ็ทไรซ์
สต๊อปลีฟ
เอวี ฟลาวเวอร์
เอวี กรีน
เอวี ฟรุ๊ต
0-52-34
แอนตี้ ท๊อป
6-30-30
สปริ๊นเตอร์
ทรีโตพลัส เพิ่มการเจริญของต้นและใบ
ทรีโตพลัส ส่งเสริมการออกดอก
เบรคดี
เอวี เค
เอวี เอ็น
เอวี พี
ไลออนท์ โกลด์
แมนแมน
เอวี โปร
เอวี ซี
เอวี-พลัส
ไรอั้น
เอวี มิกซ์
วีจิ
ศรีสุข
เอทรู
เอวัน
เอวี ซิงค์
เอ ท๊อป
สต๊อปเปอร์
วี-ลีนเนอร์
เอวี แบ็ค
เอวี พาวเวอร์
แดงกินรี
ฟรุ๊ต-โตะ
เอวี แคล
วีรอน ซูเปอร์
ทรีโตไลท์
มิโนทรี
ทรีโตพลัส
มิโนทรี ไม้ผล
โฟชัว
ฮิวมิก เอวี พลัส
ชื่อผลิตภัณฑ์ 2,4-ดี-ไดเมทิลแมโมเนีย ฮอตเทรลพลัส สูตรเย็น โดรนเบรอน โดรนไฟท์ โดรนซอล วิคเฟน อะบาเมกติน อะมิทราซ 20 สเปค-วัน สทอร์ม-เอฟ คลอโรทาโลนิล 75 คาร์เบนดาซิม 50 เอสซี ไดเมโทรมอร์ฟ 50 ดับบลิวจี ไทอะมีทอกแซม 25 ดับบลิวจี อะซีทามิพริด 20 เอสพี อะบาเมกติน 1.8 ฟิโพรนิล 5 EC ฟิโพรนิล เวริมส์ฟอส เอวานอล อิมิดาโคลพริด 70 โอเมโทเอต 50 อีมาเมกตินเบนโซเอต อีทีฟอน 48 10-20-30 10-50-10 11-0-41 20-20-20 30-10-10 ทรีโตไลท์ นาข้าว สารปรับปรุงดิน พีชมอส ทรีโตไลท์ ไม้ผล เอวี ออย เอวี แม็กซ์ รัสแบค เอวี ดูม ฟาสเตอร์ แซด เจ็ทไรซ์ สต๊อปลีฟ เอวี ฟลาวเวอร์ เอวี กรีน เอวี ฟรุ๊ต 0-52-34 แอนตี้ ท๊อป 6-30-30 สปริ๊นเตอร์ ทรีโตพลัส เพิ่มการเจริญของต้นและใบ ทรีโตพลัส ส่งเสริมการออกดอก เบรคดี เอวี เค เอวี เอ็น เอวี พี ไลออนท์ โกลด์ แมนแมน เอวี โปร เอวี ซี เอวี-พลัส ไรอั้น เอวี มิกซ์ วีจิ ศรีสุข เอทรู เอวัน เอวี ซิงค์ เอ ท๊อป สต๊อปเปอร์ วี-ลีนเนอร์ เอวี แบ็ค เอวี พาวเวอร์ แดงกินรี ฟรุ๊ต-โตะ เอวี แคล วีรอน ซูเปอร์ ทรีโตไลท์ มิโนทรี ทรีโตพลัส มิโนทรี ไม้ผล โฟชัว ฮิวมิก เอวี พลัส
หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว, อื่นๆ สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่ สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่ สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่ สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่ สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารเสริมประสิทธิภาพ, นาข้าว สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่ สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่ สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่ สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว ไม้ผล, พืชไร่, อื่นๆ สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารเสริมประสิทธิภาพ, นาข้าว ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว, สารปรับปรุงดิน พืชผัก, อื่นๆ สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่ สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่ สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่ สารเสริมประสิทธิภาพ, นาข้าว สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชไร่ สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชไร่ สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชไร่ สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่ สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, นาข้าว สารอาหารพืช, ไม้ผล สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่ สารอาหารพืช, ไม้ผล สารอาหารพืช, ไม้ผล สารอาหารพืช, ไม้ผล สารอาหารพืช, ไม้ผล สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารอาหารพืช, ไม้ผล สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก สารเสริมประสิทธิภาพ, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
ชื่อสามัญ - โพรฟีโนฟอส + ลูเฟนนูรอน (profenofos + lufenuron) สไปโรไดโคลเฟน (spirodiclofen) ไทอะมีทอกแซม + แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน (thiamethoxam + lambda-cyhalothrin) สปินโนแซด (spinosad) ลูเฟนนูรอน + อีมาเมกตินเบนโซเอต - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ทดสอบ01 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
สารสำคัญ - (RS)-O-4-bromo-2-chlorophenyl O-ethyl S-propyl phosphorothioate + (RS)-1-[2,5-dichloro-4-(1,1,2,3,3,3-hexafluoropropoxy)phenyl]-3-(2,6-difluorobenzoyl)urea ... 50% + 5% W/V EC 3-(2,4-dichlorophenyl)-2-oxo-1-oxaspiro[4.5]dec-3-en-4-yl 2,2-dimethylbutyrate .......... 24% W/V SC 3-(2-chloro-1,3-thiazol-5-ylmethyl)-5-methyl-1,3,5-oxadiazinan-4-ylidene(nitro)amine + Mixture of (R)-α-cyano-3-phenoxybenzyl (1S,3S)-3-[(Z)-2-chloro-3,3,3-trifluoropropenyl]-2,2-dimethylcyclopropanecarboxylate and (S)-α-cyano-3-phenoxybenzyl (1R,3R)-3-[(Z)-2-chloro-3,3,3-trifluoropropenyl]-2,2-dimethylcyclopropanecarboxylate, (R)-α-cyano-3-phenoxybenzyl (1S)-cis-3-[(Z)-2-chloro-3,3,3-trifluoropropenyl]-2,2-dimethylcyclopropanecarboxylate and (S)-α-cyano-3-phenoxybenzyl (1R)-cis-3-[(Z)-2-chloro-3,3,3-trifluoropropenyl]-2,2-dimethylcyclopropanecarboxylate ... 14.1% + 10.6% W/V ZC Spinosyn A + Spinosyn D .......... 12% W/V SC (RS)-1-[2,5-dichloro-4-(1.2.3.3.3-hexafluoropropoxy)pheny]-3-(2,6-difluorobenzoy)) urea + emamectin benzoate... .40 % + 10 % WG - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ทดสอบ01 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
กลุ่มสาร/กลุ่มฮอร์โมน - Organophosphate + Benzoylurea (กลุ่ม 1B + 15) Tetronic acid (กลุ่ม 23) Neonicotinoid + Pyrethroid (กลุ่ม 4A + 3A) Spinosyn (กลุ่ม 5) Benzoylurea + Avermectin (กลุ่ม 15 + 6) - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ทดสอบ01 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
สรรพคุณ - สารกำจัดแมลงสูตรผสม 2 พลัง (กลุ่ม 1B + 15) ที่รวมคุณสมบัติเด่นในการ "น็อคเร็ว คุมยาว คุมไข่ฝ่อ" ช่วยจัดการปัญหาหนอนศัตรูพืชและหนอนดื้อยาได้อย่างครบวงจร
สรรพคุณและประโยชน์หลัก
ออกฤทธิ์ 3 ทาง (ถูกตัวตาย กินตาย และซึมผ่านใบ): โพรฟีโนฟอส (กลุ่ม 1B): เข้าทำลายระบบประสาทของแมลงทันทีเมื่อสัมผัสหรือกินเข้าไป ทำให้หนอนหยุดกินอาหารและน็อคตายอย่างรวดเร็ว
ตัดวงจรชีวิตหนอน (คุมไข่ฝ่อ + ยับยั้งการลอกคราบ): ลูเฟนนูรอน (กลุ่ม 15): ยับยั้งการสังเคราะห์ไคติน ทำให้หนอนวัยอ่อนลอกคราบไม่ได้จนตายลง และทำให้ไข่ที่แม่ผีเสื้อวางไว้ฝ่อ ไม่สามารถฟักเป็นตัวหนอนรุ่นใหม่ได้
ซึมผ่านหน้าใบได้ดี (Translaminar effect): มีความสามารถในการซึมผ่านผิวใบพืช ทำให้จัดการหนอนที่ซ่อนตัวอยู่ตามรอยพับใบ หลอดใบ หรือหนอนเจาะสมอ/เจาะผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แก้ปัญหาหนอนดื้อยา:การรวมสาร 2 กลุ่มเคมีที่มีกลไกการออกฤทธิ์ต่างกัน ช่วยลดปัญหาและป้องกันการสร้างความต้านทาน (ดื้อยา) ของหนอนศัตรูพืช
กำจัดศัตรูพืชได้ครอบคลุม:จัดการได้ดีเยี่ยมทั้งหนอนห่อใบข้าว หนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้ลายจุด หนอนคืบ หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนเจาะผล รวมถึงมีผลพลอยได้ในการช่วยลดปริมาณเพลี้ยไฟและเพลี้ยแป้งในระยะระบาด
สารกำจัดไรศัตรูพืชพรีเมียม ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการสังเคราะห์ไขมัน โดดเด่นด้วยกลไกการ "คุมไข่ฝ่อ กำจัดตัวอ่อน และคุมยาวนาน" เหมาะสำหรับจัดการปัญหาไรศัตรูพืชและไรดื้อยา
สรรพคุณและประโยชน์หลัก
ตัดวงจรชีวิตไรอย่างเด็ดขาด (คุมไข่ + กำจัดตัวอ่อน): ยับยั้งกระบวนการสร้างไขมัน ทำให้ตัวเมียไม่สามารถวางไข่ได้ หรือไข่ที่วางไว้จะฝ่อ ไม่ฟักเป็นตัว
กำจัดตัวอ่อนไรในทุกระยะพัฒนาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ออกฤทธิ์ควบคุมได้ยาวนาน (Long-lasting Protection):ยึดเกาะและซึมผ่านชั้นไขมันบนใบพืชได้ดี ทนทานต่อการชะล้างของฝน ช่วยคุ้มกันพืชได้นาน ลดจำนวนครั้งในการฉีดพ่น
เด่นเรื่องปราบไรดื้อยา (กลุ่ม 23):มีกลไกการออกฤทธิ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำกับสารกำจัดไรเคมีกลุ่มเดิมๆ (เช่น กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต หรือไพรีทรอยด์) จึงแก้ปัญหาไรที่ดื้อยาได้ดีเยี่ยม
ครอบคลุมชนิดไรศัตรูพืชหลากหลาย:จัดการได้ทั้งไรแดงหม่อน ไรแดงแอฟริกัน ไรสองจุด ไรแมงมุม และไรสนิม
ปลอดภัยต่อพืชและแมลงมีประโยชน์ (สูตรเย็น): ไม่ทำให้ใบไหม้ พืชไม่ช็อค สามารถใช้ในระยะใบอ่อน ดอก หรือผลอ่อนได้ และมีความปลอดภัยต่อแมลงศัตรูธรรมชาติ เช่น ตัวห้ำ ตัวเบียน และผึ้ง
สารกำจัดแมลงสูตรผสม 2 พลังบวก (กลุ่ม 4A + 3A) ที่รวมจุดเด่นของการ "ดูดซึมคุมยาว" เข้ากับ "น็อคเร็วสัมผัสตาย" ช่วยจัดการแมลงศัตรูพืชทั้งแมลงปากซึมและแมลงปากกัดได้อย่างเฉียบขาด
สรรพคุณและประโยชน์หลัก
ออกฤทธิ์ 2 ทางครบวงจร (ดูดซึม + สัมผัสตาย): ไทอะมีทอกแซม (กลุ่ม 4A): เป็นสารดูดซึมประเภท Systemic ที่พืชซึมซับเข้าสู่ระบบท่อน้ำท่ออาหารได้เร็ว คุ้มกันพืชจากภายในได้ยาวนาน เมื่อแมลงดูดกินน้ำเลี้ยงจะได้รับสารและตายในที่สุด
แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน (กลุ่ม 3A): เป็นสารน็อคฤทธิ์เร็ว ออกฤทธิ์แบบถูกตัวตายและกินตาย เข้าทำลายระบบประสาทของแมลงทันที ทำให้แมลงชัก เป็นอัมพาต และน็อคตายอย่างรวดเร็ว
ปราบแมลงศัตรูพืชได้กว้างขวาง (Broad-Spectrum): เด่นมากในกลุ่มแมลงปากซึม: เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไก่แจ้ เพลี้ยอ่อน และแมลงหวี่ขาว
จัดทำลายแมลงปากกัด/หนอน: หนอนคืบ หนอนเจาะสมอ หนอนกระทู้ และด้วงดิน/แมลงปีกแข็งบางชนิด
หยุดการทำลายและลดการแพร่เชื้อไวรัส: เมื่อพ่นสาร แมลงปากซึมจะหยุดดูดกินน้ำเลี้ยงทันที จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นพาหะแพร่เชื้อไวรัสสาเหตุโรคใบหด ยอดด่าง หรือใบหงิกในพืช
ออกฤทธิ์ทนทาน คุ้มค่า: การรวมพลังดูดซึมและน็อคช่วยให้กำจัดแมลงที่โดนตัวได้ทันที และยังคุ้มครองยอดใหม่ที่คลี่ออกมาหลังพ่นสารได้อีกระยะหนึ่ง
สารกำจัดแมลงพรีเมียมจากธรรมชาติ (กลุ่ม 5) ที่ได้จากการหมักหมักเชื้อจุลินทรีย์ในดิน (Saccharopolyspora spinosa) โดดเด่นด้วยการออกฤทธิ์เร็ว ปราบแมลงดื้อยาได้เด็ดขาด และมีความปลอดภัยสูงต่อพืชและผู้ใช้
สรรพคุณและประโยชน์หลัก
ออกฤทธิ์เร็วและเฉียบขาด (สัมผัสตาย และกินตาย): เข้าทำลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อของแมลงโดยตรง ทำให้แมลงเกิดอาการชัก เป็นอัมพาต หยุดกินอาหารทันที และตายอย่างรวดเร็ว
เด่นเรื่องปราบแมลงดื้อยา (กลุ่ม 5): มีกลไกการออกฤทธิ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกับสารเคมีสังเคราะห์กลุ่มเดิมๆ (เช่น กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต คาร์บาเมต หรือไพรีทรอยด์) จึงจัดการแมลงที่ดื้อยาเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ครอบคลุมศัตรูพืชตัวร้ายทั้งหนอนและเพลี้ยไฟ:
กลุ่มหนอน: หนอนห่อใบข้าว หนอนกระทู้ลายจุด หนอนใยกะหล่ำ หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนชอนใบ
กลุ่มแมลงปากซึบ: เพลี้ยไฟ (จัดเป็นหนึ่งในสารที่กำจัดเพลี้ยไฟได้ดีที่สุดชนิดหนึ่ง)
ปลอดภัยสูงต่อพืช (สูตรเย็น): ไม่ทำให้พืชช็อค ใบไม่ไหม้ ไม่แสบ สามารถใช้ได้ทุกระยะการเจริญเติบโต รวมถึงระยะออกดอก ระยะตั้งท้อง หรือระยะติดผลอ่อน
แทรกซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้ดี (Translaminar): ทนการชะล้างของฝน ออกฤทธิ์คุมได้ยาวนาน และสามารถกำจัดหนอนหรือเพลี้ยไฟที่หลบซ่อนอยู่ใต้ใบได้ดี
ตัดวงจรชีวิตแบบครบวงจร (คุมไข่ + น็อคตัว):
ลูเฟนนูรอน (กลุ่ม 15): ยับยั้งการสร้างไคติน ทำให้ไข่หนอนฝ่อไม่ฟักเป็นตัว และหนอนวัยอ่อนลอกคราบไม่ได้จนตายลง
อีมาเมกตินเบนโซเอต (กลุ่ม 6): กระตุ้นการหลั่งสาร GABA ทำลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้หนอนหยุดกินอาหารทันที เป็นอัมพาต และตายอย่างรวดเร็ว
แก้ปัญหาหนอนดื้อยาเคมีเดี่ยว: การรวม 2 กลุ่มกลไกช่วยลดความเสี่ยงที่หนอนจะสร้างความต้านทานต่อสารเคมี
ครอบคลุมชนิดหนอนศัตรูพืชได้กว้าง: จัดการได้ทั้งหนอนห่อใบข้าว หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด หนอนกระทู้ผัก หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนเจาะผล และหนอนคืบ
ควบคุมได้ยาวนาน: ลูเฟนนูรอนแทรกซึมและตกค้างควบคุมบนใบพืชได้นาน ช่วยยืดระยะเวลาการเข้าทำลายของหนอนรุ่นถัดไป
มีผลพลอยได้ในการคุมเพลี้ยไฟ: อีมาเมกตินเบนโซเอตช่วยยับยั้งและลดการระบาดของเพลี้ยไฟได้ดีในระยะระบาดร่วม
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ทดสอบ01 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เหมาะสำหรับ - - พืชตระกูลแตง / ไม้ผลกินผล: แคนตาลูป, แตงโม, แตงกวา, เมล่อน (ป้องกันกำจัดหนอนกระทู้, หนอนเจาะผล, หนอนรัง)
- ไม้ผล: ทุเรียน, ส้ม, ส้มโอ, มะม่วง, ลำไย (ป้องกันกำจัดหนอนหนามทุเรียน, หนอนเจาะผล, หนอนม้วนใบ, เพลี้ยไฟ, เพลี้ยแป้ง)
- พืชผักสวนครัว / ผักกินใบ: พริก, ถั่วฝักยาว, มะเขือเทศ, กะหล่ำปลี, ผักกาด (ป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ผัก, หนอนเจาะยอด, หนอนใยกะหล่ำ)
- พืชไร่ / พืชเศรษฐกิจอื่นๆ: ข้าวโพด, ฝ้าย, ถั่วเหลือง (ป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ลายจุด, หนอนเจาะสมอฝ้าย)
1. พืชไร่ : มันสำปะหลัง, ข้าวโพด, ถั่วเหลือง
ปัญหาที่จัดการ: ไรแดงหม่อนมันสำปะหลัง (ป้องกันอาการใบเหลืองร่วงและหัวไม่ขยาย), ไรสองจุด
2. ไม้ผลเศรษฐกิจ : ทุเรียน, ส้ม, ส้มโอ, มะม่วง, มังคุด, เงาะ, พุทรา
ปัญหาที่จัดการ: ไรแดงแอฟริกัน, ไรสองจุด, ไรสนิมส้ม (ป้องกันผิวส้มตกกระ/ส้มกรัง), ไรจุดจำนวนมากในทุเรียนระยะยอดอ่อนและผลอ่อน (ไม่กัดผิวผล)
3. พืชตระกูลแตง และไม้ผลกินผล : แคนตาลูป, แตงโม, เมล่อน, แตงกวา, พริก, มะเขือเทศ
ปัญหาที่จัดการ: ไรแดง, ไรขาวพริก (แก้ปัญหายอดหงิก ใบหดเกร็ง) สามารถใช้ในช่วงติดผลอ่อนได้อย่างปลอดภัย
4. ไม้ดอกไม้ประดับและพืชสวน: กุหลาบ, ดาวเรือง, กล้วยไม้, เบญจมาศ
ปัญหาที่จัดการ: ไรแดงกุหลาบ, ไรสองจุด (ฉีดพ่นแล้วกลีบดอกไม่ไหม้ ไม่ทิ้งคราบขาวบนใบ)
1. พืชไร่ : ข้าวโพดหวาน, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, มันสำปะหลัง, อ้อย, ถั่วเหลือง
ปัญหาที่จัดการ: เพลี้ยไฟในข้าวโพด, เพลี้ยแป้ง, เพลี้ยอ่อน, หนอนกระทู้ลายจุด
2. พืชตระกูลแตง และไม้ผลกินผล : แคนตาลูป, แตงโม, เมล่อน, แตงกวา, มะเขือเทศ, พริก
ปัญหาที่จัดการ: เพลี้ยไฟ (แก้ปัญหายอดหด/ใบหงิก), แมลงหวี่ขาว (พาหะไวรัสใบด่าง), หนอนเจาะผล
3. ไม้ผลเศรษฐกิจ : ทุเรียน, มะม่วง, ส้ม, ส้มโอ, ลำไย
ปัญหาที่จัดการ: เพลี้ยไก่แจ้ (ในทุเรียนระยะแตกใบอ่อน), เพลี้ยจักจั่นฝอย, เพลี้ยไฟ, หนอนเจาะขั้ว
4. พืชผักสวนครัว และผักกินใบ : กะหล่ำปลี, คะน้า, ถั่วฝักยาว, หอมแดง, กระเทียม
ปัญหาที่จัดการ: เพลี้ยอ่อน, เพลี้ยไฟ, หนอนคืบ, หนอนกระทู้
1. พืชตระกูลแตง และไม้ผลกินผล : แคนตาลูป, แตงโม, แตงกวา, เมล่อน, มะเขือเทศ, พริก
ปัญหาที่จัดการ: หนอนเจาะผล, หนอนกระทู้, หนอนชอนใบ และเพลี้ยไฟระยะดอก/ผลอ่อน (ไม่กัดผิวผล ไม่อันตรายต่อเกสร)
2. ไม้ผลเศรษฐกิจ : ทุเรียน, มะม่วง, ส้ม, ส้มโอ, ลิ้นจี่, องุ่น
ปัญหาที่จัดการ: เพลี้ยไฟในระยะติดดอก-ยอดอ่อน, หนอนเจาะขั้วผล, หนอนชอนใบ, หนอนตัดยอด
3. พืชผักสวนครัว และผักกินใบ : พืชตระกูลหอม (หอมแดง หอมแบ่ง หอมหัวใหญ่), กะหล่ำปลี, คะน้า, มะเขือเปราะ, หน่อไม้ฝรั่ง, ถั่วเหลืองฝักสด
ปัญหาที่จัดการ: เพลี้ยไฟในหอม (อาการยอดช็อต/ยอดแห้ง), หนอนใยกะหล่ำ, หนอนกระทู้ผัก, หนอนหลอดหอม
4. พืชไร่ : ข้าว, ข้าวโพด
ปัญหาที่จัดการ: หนอนห่อใบข้าว, หนอนกอข้าว, หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด
5. ไม้ดอกไม้ประดับ : กล้วยไม้, กุหลาบ, ดาวเรือง
ปัญหาที่จัดการ: เพลี้ยไฟลายดอก (ฉีดพ่นแล้วกลีบดอกไม่ไหม้ ไม่ทิ้งคราบขาว)
- พืชตระกูลแตง / ไม้ผลกินผล: แคนตาลูป, แตงโม, แตงกวา, เมล่อน (ป้องกันกำจัดหนอนกระทู้, หนอนเจาะผล, และเพลี้ยไฟ)
- ไม้ผล: ทุเรียน, ส้ม, ส้มโอ, มะม่วง (ป้องกันกำจัดหนอนหนามทุเรียน, หนอนเจาะผล, หนอนม้วนใบ, เพลี้ยไฟ)
- พืชผักสวนครัว / ผักกินใบ: พริก, ถั่วฝักยาว, มะเขือเทศ, กะหล่ำปลี, ผักกาด (ป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ผัก, หนอนกระทู้เสือ, หนอนเจาะยอด)
- พืชไร่: ข้าวโพด, มันสำปะหลัง, ถั่วเหลือง (ป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ลายจุดในข้าวโพด)
- นาข้าว
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ทดสอบ01ทดสอบ01ทดสอบ01 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
อัตราและวิธีการใช้ - - ใช้ 20 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบใบข้าวถูกหนอนห่อใบทำลายมากกว่า 15% ในข้าวอายุ 15–40 วัน (อัตราการใช้น้ำ 40 ลิตรต่อไร่)
- หากเป็นระยะข้าวตั้งท้อง (ใบข้าวถูกทำลายมากกว่า 10%) ให้ใช้น้ำ 60 ลิตรต่อไร่
ใช้ 4 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของไรแดงหม่อนในมันสำปะหลัง ใช้ 5 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของเพลี้ยไฟ ใช้ 20 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบใบข้าวถูกหนอนห่อใบทำลายมากกว่า 15% ในข้าวอายุ 15–40 วัน (อัตราการใช้น้ำ 40 ลิตรต่อไร่) - ใช้ 5 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบใบข้าวถูกหนอนห่อใบทำลายมากกว่า 15% ในข้าวอายุ 15–40 วัน (ใช้น้ำ 40 ลิตรต่อไร่)
- หากเป็นระยะข้าวตั้งท้อง (ใบข้าวถูกทำลายมากกว่า 10%) ให้ใช้น้ำ 60 ลิตรต่อไร่
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ทดสอบ01ทดสอบ01 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
รายละเอียดผลิตภัณฑ์

2,4-ดี-ไดเมทิลแมโมเนีย

สารกำจัดวัชพืช
ชื่อสามัญ : 2,4-ดี-ไดเมทิลแมโมเนีย
ประโยชน์ :ใช้หลังวัชพืชงอก (post-emergence) ในข้าวนาหว่านนำตม เพื่อกำจัดวัชพืชพืช ประเภทกก เช่น กกขนาก และกกทราย

  • สารกำจัดวัชพืช
  • หญ้าใบกว้าง
  • ผักบุ้ง
  • หญ้าใบกว้าง
  • กกขนาก
  • ผักเบี้ยหิน
  • หนวดปลาดุก
  • หญ้าแห้วหมู

วิธีใช้ : ใช้อัตรา 200-250 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 60-80 ลิตร พ่นบนพื้นที่ 1 ไร่ หรืออัตรา 50-60 มิลลิลิตร

ผลมน้ำ 15-20 ลิตร พ่นบนพื้นที่ 1 งาน หลังหว่านข้าว 15 วัน ก่อนพ่นสารให้ระบาย น้ำออก และทดน้ำ

เข้านาหลังพ่นสาร 2-3 วัน

ฮอตเทรลพลัส 

        สารกำจัดแมลงสูตรผสาน 2 พลังบวก (กลุ่ม 1B + 15) ที่ออกแบบมาเพื่อการป้องกันและกำจัดหนอนห่อใบข้าวและหนอนศัตรูพืชอย่างได้ผล รวมคุณสมบัติเด่น "น็อคเร็ว สัมผัสตาย กินตาย ซึมไว และคุมไข่ฝ่อ" ไว้ในหนึ่งเดียว ซึมผ่านผิวใบพืชได้ดีเยี่ยม จัดการหนอนที่ซ่อนตัวตามรอยพับใบได้อย่างเด็ดขาด พร้อมตัดวงจรไม่ให้หนอนรุ่นถัดไปฟักตัว ออกฤทธิ์คุมยาวนาน คุ้มค่า ประหยัดค่าใช้จ่าย

คุณสมบัติเด่น (Key Features)

  • หมัดฮุก 2 แรง (น็อคเร็ว + คุมยาว): ผสานโพรฟีโนฟอสที่น็อคหนอนทันทีเมื่อสัมผัสหรือกิน เข้ากับลูเฟนนูรอนที่ยับยั้งการลอกคราบและคุมไข่ฝ่อ

  • แทรกซึมผ่านใบได้ดีเยี่ยม (Translaminar): เนื้อสารซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้เร็ว จัดการหนอนหลบซ่อน หนอนม้วนใบ หรือหนอนเจาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ตัดวงจรหนอนดื้อยา: ป้องกันและแก้ปัญหาหนอนดื้อยาเคมีเดี่ยว ด้วย 2 กลไกการทำลายที่แตกต่างกัน

  • สูตร EC เข้มข้น: กระจายตัวและยึดเกาะผิวใบพืชได้ดี ออกฤทธิ์ไว ทนการชะล้าง

อัตราและวิธีการใช้ (Directions for Use)

  • พืชเป้าหมาย: ข้าว

  • ศัตรูพืชที่กำจัด: หนอนห่อใบข้าว

  • อัตราการใช้: 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร

  • วิธีใช้:

    • พ่นให้ทั่วเมื่อพบใบข้าวถูกหนอนห่อใบทำลายมากกว่า 15% ในระยะข้าวอายุ 15–40 วัน (ใช้น้ำ 40 ลิตรต่อไร่)

    • หากพบการทำลายมากกว่า 10% ในระยะข้าวตั้งท้อง ให้ใช้น้ำ 60 ลิตรต่อไร่

คำเตือนและข้อควรระวัง (Safety & Precautions)

  • ระยะเว้นการเก็บเกี่ยว (PHI): ห้ามเก็บเกี่ยวข้าวภายใน 30 วัน หลังจากพ่นสารครั้งสุดท้าย

  • ความเป็นพิษ: เป็นพิษสูงต่อปลา สิ่งมีชีวิตทางน้ำ และนก ควรระมัดระวังการใช้นอกพื้นที่แปลงนา และห้ามทิ้งภาชนะบรรจุลงในแหล่งน้ำ

  • การใช้งาน: สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือยาง หน้ากาก และชุดป้องกันขณะผสมและพ่นสาร ห้ามคนและสัตว์เข้าไปในบริเวณที่พ่นสารอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

 

โดรนเบรอน

         สารกำจัดไรศัตรูพืชระดับพรีเมียม (กลุ่ม 23) สารสำคัญ สไปโรไดโคลเฟน 24% W/V SC นวัตกรรมมือปราบไรศัตรูพืชที่ยับยั้งการสังเคราะห์ไขมัน (LBI) โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพในการ "คุมไข่ฝ่อ กำจัดตัวอ่อน และคุมได้ยาวนาน" ตัดวงจรการระบาดของไรแดงหม่อนในมันสำปะหลังและไรศัตรูพืชชนิดต่างๆ ได้อย่างเด็ดขาด สูตร SC น้ำครีมเย็น ปลอดภัยต่อพืช ไม่กัดผิว ไม่แสบ ไม่เผาใบ พ่นระยะใบอ่อน ดอก หรือผลอ่อนได้อย่างมั่นใจ

คุณสมบัติเด่น (Key Features)

  • ตัดวงจรไรดื้อยา (กลุ่ม 23): ยับยั้งกระบวนการสร้างไขมัน จัดการไรศัตรูพืชที่ดื้อต่อสารเคมีกลุ่มเดิมๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • คุมไข่ฝ่อ ตัวอ่อนตาย: ยับยั้งการวางไข่ ทำให้ไข่ฝ่อไม่ฟักเป็นตัว และกำจัดตัวอ่อนในทุกระยะ ออกฤทธิ์คุมยาวนาน ลดจำนวนครั้งในการฉีดพ่น

  • สูตรเย็น ปลอดภัยต่อพืช: สูตรน้ำครีม SC ไม่ทิ้งคราบ ไม่เผาใบ สามารถใช้ในระยะแทรกยอด ยอดอ่อน หรือผลอ่อนได้อย่างปลอดภัย

  • เกาะติดใบ ทนการชะล้าง: ยึดเกาะชั้นไขมันของใบพืชได้ดีเยี่ยม ทนทานต่อฝน ช่วยคุ้มกันพืชได้นาน 3–4 สัปดาห์

  • อัตราใช้น้อย สุดประหยัด: ใช้ปริมาณสารเพียงเล็กน้อย แต่ให้ประสิทธิภาพการควบคุมสูง คุ้มค่าต่อการลงทุน

อัตราและวิธีการใช้ (Directions for Use)

  • พืชเป้าหมาย: มันสำปะหลัง

  • ศัตรูพืชที่กำจัด: ไรแดงหม่อน

  • อัตราการใช้: 4 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร

  • วิธีใช้: พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของไรแดงหม่อนในมันสำปะหลัง

คำเตือนและข้อควรระวัง (Safety & Precautions)

  • ความเป็นพิษ: เป็นพิษสูงต่อปลาและสิ่งมีชีวิตทางน้ำ ควรระมัดระวังการใช้นอกพื้นที่แปลงนา และห้ามทิ้งภาชนะบรรจุลงในแหล่งน้ำ

  • การใช้งาน: สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือยาง หน้ากาก และเสื้อผ้ารอบคอบขณะผสมและพ่นสาร

  • การบริหารการใช้: หลีกเลี่ยงการใช้สารกำจัดไรในกลุ่มหมายเลขเดียวกันติดต่อกันเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันการสร้างความต้านทาน (ดื้อยา) ของไรศัตรูพืช

โดรนไฟท์ (DRONEFIGHT)

        สารกำจัดแมลงสูตรผสม 2 พลังบวก (กลุ่ม 4A + 3A) สารสำคัญ ไทอะมีทอกแซม 14.1% + แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 10.6% W/V ZC นวัตกรรมสูตร ZC ผสานพลังการออกฤทธิ์ "น็อคเร็ว สัมผัสตาย และดูดซึมคุมยาวนาน" ไว้ในหนึ่งเดียว จัดการเพลี้ยไฟในข้าวโพดหวาน และแมลงปากซึมศัตรูพืชได้อย่างเด็ดขาด สารแทรกซึมเข้าสู่ระบบท่อน้ำท่ออาหารได้รวดเร็ว ทนต่อแสงแดด ยึดเกาะใบได้ดีเยี่ยม ออกฤทธิ์คุ้มกันพืชได้อย่างทนทานและคุ้มค่า

คุณสมบัติเด่น (Key Features)

  • หมัดฮุก 2 ทาง (น็อคเร็ว + ดูดซึมคุมยาว): รวมพลังแลมบ์ดา-ไซฮาโลทรินน็อคแมลงทันทีที่สัมผัส ผสานไทอะมีทอกแซมที่ดูดซึมทั่วต้นพืช คุ้มกันยาวนานจากภายใน

  • นวัตกรรมสูตร ZC (สูตรน้ำนวัตกรรมใหม่): อนุภาคสารกระจายตัวได้สม่ำเสมอ ยึดเกาะผิวใบแน่น ทนทานต่อแสงแดดและการชะล้าง

  • หยุดการทำลายทันที: แมลงหยุดดูดกินน้ำเลี้ยงทันทีหลังได้รับสาร ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัสสาเหตุโรคพืช

  • อัตราใช้น้อย สุดประหยัด: สูตรเข้มข้น ใช้อัตราเพียง 5 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ให้ผลการควบคุมที่เด็ดขาด

อัตราและวิธีการใช้ (Directions for Use)

  • พืชเป้าหมาย: ข้าวโพดหวาน

  • ศัตรูพืชที่กำจัด: เพลี้ยไฟ

  • อัตราการใช้: 5 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร

  • วิธีใช้: พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของเพลี้ยไฟในข้าวโพดหวาน

คำเตือนและข้อควรระวัง (Safety & Precautions)

  • ⚠️ ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามใช้ในนาข้าวอย่างเด็ดขาด (เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระบาดเพิ่มของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล)

  • ความเป็นพิษ: เป็นพิษต่อปลา สิ่งมีชีวิตทางน้ำ และผึ้ง ควรระมัดระวังการใช้นอกพื้นที่แปลงพืช และห้ามพ่นในช่วงที่ผึ้งหาอาหาร

  • การใช้งาน: สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือยาง หน้ากาก และเสื้อผ้ารอบคอบขณะผสมและพ่นสาร ล้างมือและหน้าให้สะอาดหลังปฏิบัติงานเสร็จสิ้น

 

โดรนซอล

         สารกำจัดแมลงพรีเมียมจากธรรมชาติ (กลุ่ม 5) สารสำคัญ สปินโนแซด 12% W/V SC นวัตกรรมกำจัดศัตรูพืชที่ผสานประสิทธิภาพการน็อคแมลงอย่างเด็ดขาดเข้ากับความปลอดภัยสูงสุด ออกฤทธิ์เร็วทั้งถูกตัวตายและกินตาย เข้าทำลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้หนอนหยุดกินทันที ปราบหนอนดื้อยาและเพลี้ยไฟได้อย่างราบคาบ สูตร SC น้ำครีมเย็น ปลอดภัยต่อพืช ใบไม่ไหม้ ไม่แสบ ไม่ช็อค สามารถใช้ได้ทุกระยะการเจริญเติบโต

คุณสมบัติเด่น 

  • สารสกัดพรีเมียม (กลุ่ม 5): สารกำจัดแมลงนวัตกรรมใหม่ จัดการแมลงดื้อยาที่ดื้อต่อสารเคมีสังเคราะห์กลุ่มเดิมๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • น็อคไว หยุดการทำลายทันที: ออกฤทธิ์ทั้งสัมผัสตายและกินตาย หนอนหยุดกินอาหารทันทีหลังได้รับสาร

  • สูตรเย็น ปลอดภัยต่อพืช: สูตรน้ำครีม SC ไม่ทิ้งคราบ ไม่เผาใบ สามารถพ่นระยะดอก ตั้งท้อง ใบธง หรือผลอ่อนได้อย่างปลอดภัย

  • ซึมผ่านใบได้ดี (Translaminar): ทนการชะล้างของฝน กำจัดหนอนและเพลี้ยไฟที่หลบซ่อนอยู่ใต้ใบหรือในหลอดใบได้ดีเยี่ยม

อัตราและวิธีการใช้ (Directions for Use)

  • พืชเป้าหมาย: ข้าว

  • ศัตรูพืชที่กำจัด: หนอนห่อใบข้าว

  • อัตราการใช้: 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร

  • วิธีใช้:

    • พ่นให้ทั่วเมื่อพบใบข้าวถูกหนอนห่อใบทำลายมากกว่า 15% ในระยะข้าวอายุ 15–40 วัน (ใช้น้ำ 40 ลิตรต่อไร่)

    • หากพบการทำลายมากกว่า 10% ในระยะข้าวมีใบธง / ตั้งท้อง ให้ใช้น้ำ 60 ลิตรต่อไร่

คำเตือนและข้อควรระวัง

  • ระยะเว้นการเก็บเกี่ยว (PHI): ห้ามเก็บเกี่ยวข้าวภายใน 30 วัน หลังจากพ่นสารครั้งสุดท้าย

  • ความเป็นพิษ: เป็นพิษต่อปลาและผึ้ง ควรระมัดระวังการใช้นอกพื้นที่แปลงนา และห้ามพ่นในช่วงที่ผึ้งตักเกสร

  • การใช้งาน: สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือยาง หน้ากาก และเสื้อผ้ารอบคอบขณะผสมและพ่นสาร ล้างมือและหน้าให้สะอาดหลังปฏิบัติงานเสร็จสิ้น

วิคเฟน (VICFEN)

        นวัตกรรมสารกำจัดแมลงสูตรผสมสองพลังบวก (กลุ่ม 15 + 6) รวม 2 กลไกการออกฤทธิ์ไว้ในหนึ่งเดียว เพื่อการป้องกันและกำจัดหนอนศัตรูพืชอย่างเด็ดขาด ตัดวงจรหนอนดื้อยาด้วยคุณสมบัติ "คุมไข่ ฝ่อตัวอ่อน น็อคตัวแก่" ช่วยปกป้องใบข้าวและผลผลิตจากการเข้าทำลายได้อย่างยาวนาน สารสูตร WG เม็ดโพรง ละลายน้ำได้ดี ไม่ฟุ้งกระจาย และไม่ไม่อุดตันหัวฉีด

คุณสมบัติเด่น

  • ออกฤทธิ์ 2 ทาง (Dual Action): รวมพลังลูเฟนนูรอนยับยั้งการลอกคราบและคุมไข่ ผสานอีมาเมกตินเบนโซเอตที่ทำลายระบบประสาท น็อคหนอนให้หยุดกินทันที

  • ตัดวงจรหนอนดื้อยา: แก้ปัญหาหนอนที่ดื้อต่อสารเคมีเดี่ยว จัดการได้ทั้งหนอนห่อใบข้าว หนอนกระทู้ และหนอนเจาะชนิดต่างๆ

  • ออกฤทธิ์คุมนาน: สารแทรกซึมเข้าสู่เนื้อเนื้อพืชได้ดี ช่วยคุ้มกันพืชได้ยาวนาน ลดจำนวนครั้งในการฉีดพ่น

  • สูตร WG ใช้ง่าย: เม็ดละลายน้ำง่าย ปลอดภัยต่อผู้ใช้ และไม่เป็นฝุ่นฟุ้งกระจาย

อัตราและวิธีการใช้ (Directions for Use)

  • พืชเป้าหมาย: ข้าว,ไม้ผล, พืชไร่, พืชสวน ,พืชผัก

  • ศัตรูพืชที่กำจัด: หนอนห่อใบข้าว

  • อัตราการใช้: 5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

  • วิธีใช้:

    • พ่นให้ทั่วเมื่อพบใบข้าวถูกหนอนห่อใบทำลายมากกว่า 15% ในระยะข้าวอายุ 15–40 วัน (ใช้น้ำ 40 ลิตรต่อไร่)

    • หากพบการทำลายมากกว่า 10% ในระยะข้าวตั้งท้อง ให้ใช้น้ำ 60 ลิตรต่อไร่

คำเตือนและข้อควรระวัง (Safety & Precautions)

  • ระยะเว้นการเก็บเกี่ยว (PHI): ห้ามเก็บเกี่ยวข้าวภายใน 30 วัน หลังจากพ่นสารครั้งสุดท้าย

  • เป็นพิษต่อปลาและสิ่งมีชีวิตทางน้ำ ควรระมัดระวังการใช้นอกพื้นที่แปลงนา และห้ามทิ้งภาชนะบรรจุลงในแหล่งน้ำ

  • ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากาก ถุงมือ และเสื้อผ้ารอบคอบขณะผสมและพ่นสาร

 

 

อะบาเมกติน

สารกำจัดแมลง

ชื่อสามัญ : อะบาเมกติน (abamectin)
กลุ่มสารเคมี : Avermectin (กลุ่ม 6)
สารสำคัญ  : abamectin...............1.8% W/V EC

ประโยชน์ : ใช้ป้องกันกำจัดหนอนเจาะเถามันเทศในมันเทศ ออกฤทธิ์แบบถูกตัวตาย กินตาย และดูดซึม  ผ่านใบพืช สกัดจากจุลินทรีย์ในดิน ใช้ได้ดีกับพืชผัก ผลไม้ และไม้ดอก เพื่อกำจัดเพลี้ยไฟ ไรขาว หนอนชอนใบ และหนอนกระทู้ 

วิธีใช้ : ใช้อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของหนอนเจาะเถามันเทศในมันเทศ

อะมิทราซ 20

ประโยชน์ : ใช้ป้องกันกำจัดไรแดงหม่อนในมันสำปะหลัง
วิธีใช้ : ใช้อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของไรแดง หม่อนในมันสำปะหลัง

  • สารกำจัดแมลง
  • ไรแดง
  • ไรขาว
  • ไรเหลือง

สเปค- วัน
21-4-4

คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้

       ไนโตรเจนทั้งหมด (N).....21%

        ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5)..4%

         โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O).. 4%

ประโยชน์ พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารเข้าทางรากและทางใบ ช่วยเสริมสร้างการเจริญ

เติบโตของพืชในด้านลำต้นและใบในระยะแรกของการเจริญเติบโต

  • กระตุ้นการแตกใบอ่อน
  • แตกใบอ่อนสม่ำเสมอ
  • เร่งการเจริญเติบโต
  • ธาตุอาหารสูง

สทอร์ม-เอฟ

หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลาย คัดพิเศษจากห้องปฏิบัติการ

สรรพคุณ

1. ในนาข้าว
      ใช้ย่อยสลายฟาง ตอซังข้าว เมล็ดข้าวดีด และเมล็ดวัชพืช ในนาข้าวให้เป็นอินทรีย์วัตถุในดินได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ระยะเวลาเพียง 5-7 วัน

2. ในแปลงพืชผัก และไม้ผล
      ใช้ย่อยสลายเศษซากพืชและเศษใบไม้ เป็นอินทรีย์วัตถุหรือปุ๋ยหมัก สำหรับใช้ปรับโครงสร้างของดิน เพื่อให้รากพืชสามารถดูชับธาตุอาหารในดินได้ดียิ่งขึ้น

  • ย่อยสลายเมล็ดวัชพืช
  • ย่อยสลายข้าวดีดและฟางข้าว
  • ทำให้ดินร่วนซุย
  • เพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกร
  • ไม่มีสารพิษตกค้างในนาข้าว

คลอโรทาโลนิล 75

สารป้องกันกำจัดโรคพืช
กลุ่มสารเคมี : Chloronitrile [กลุ่ม M5]
สารสำคัญ : tetrachloroisophthalonitrile......... 75% WP

ประโยชน์ : ใช้ป้องกันกำจัดโรคกาบใบแห้ง (sheath blight) ในข้าวที่มีสาเหตุจากเชื่อรา Rhizoctonia solani (Thanatephorus cucumeris)
สารป้องกันและกำจัดเชื้อรา

  • โรคใบจุด
  • โรคใบไหม้
  • โรคราสนิม
  • โรคราน้ำค้าง
  • โรคกุ้งแห้ง

วิธีใช้ : ใช้อัตรา 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่น 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อพบการระบาดของโรค และครั้งที่สองหลังจากพ่นครั้งแรก 10 วัน

 

 

 

 

 

 

คาร์เบนดาซิม 50 เอสซี

สารป้องกันกำจัดโรคพืช

ชื่อสามัญ คาร์เบนดาซิม

กลุ่มสารเคมี : Benzimidazole [กลุ่ม 1]
สารสำคัญ : methyl benzimidazol-2-ylcarbamate...50% W/V SC

ประโยชน์และวิธีใช้ ใช้ป้องกันกำจัดโรคพืช ดังนี้

ไดเมโทรมอร์ฟ 50 ดับบลิวจี

สารป้องกันกำจัดโรคพืช
กลุ่มสารเคมี : Cinnamic acid amide [กลุ่ม 40]
สารสำคัญ : (E.Z)-4-[3-(4-chloropheny1)-3-(3,4-dimethoxyphenyl) acryloy|]morpholine .............................................................50% WG

ประโยชน์ : ใช้ในการป้องกันกำจัดโรคใบไหม้ (late blight) ในมันฝรั่งที่มีสาเหตุจากเชื้อรา Phytopthora infestans

  • สารป้องกันและกำจัดเชื้อรา
  • โรคไฟทอธอร่า
  • โรคราน้ำค้าง
  • โรคใบไหม้ใบติด

วิธีใช้ : ใช้อัตรา 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นเมื่อพบการระบาดของโรค พ่นซ้ำทุก 5 วัน

ไทอะมีทอกแซม 25 ดับบลิวจี

สารกำจัดแมลง
ชื่อสามัญ :
 ไทอะมีทอกแซม
ประโยชน์

  • สารกำจัดแมลง
  • เพลี้ยไฟ, เพลี้ยหอย,
  • เพลี้ยแป้ง, เพลี้ยอ่อน
  • เพลี้ยไก่แจ้
  • เพลี้ยข้าวสาร

อะซีทามิพริด 20 เอสพี
สารกำจัดแมลง
ชื่อสามัญ : อะซีทามิพริด
กลุ่มสารเคมี :
Neonicotinoid [กลุ่ม A]
ประโยชน์ : ใช้ป้องกันกำจัดด้วงหมัดผัดผักแถบลายในกวางตุ้ง

  • สารกำจัดแมลง
  • แมลงหวี่ขาว
  • เพลี้ยอ่อน
  • เพลี้ยแป้ง
  • เพลี้ยไฟ
  • เพลี้ยกระโดด
  • ด้วงหมัดผัก

วิธีใช้ : ใช้อัตรา 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของด้วงหมัดผัดผักแถบลายในกวางตุ้ง

อะบาเมกติน 1.8
สารกำจัดแมลง
ชื่อสามัญ :
อะบาเมกติน
กลุ่มสารเคมี : Avermectin [กลุ่ม 6]
สารสำคัญ : abamectin. 1.8% W/V EC

ประโยชน์และวิธีใช้ : ใช้ป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช

ฟิโพรนิล 5 EC
สารกำจัดแมลง
ชื่อสามัญ ฟิโพรนิล

ประโยชน์ :ใช้ป้องกันกำจัดหนอนเจาะฝักถั่วลายจุดในถั่วฝักยาว

  • สารกำจัดแมลง
  • มด
  • ปลวก
  • มอด
  • เพลี้ยไฟ
  • จั๊กจั่น

วิธีใช้ : ใช้อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาด ของหนอน เจาะฝักถั่วลายจุดในถั่วฝักยาว

ฟิโพรนิล 

สารกำจัดแมลง
ชื่อสามัญ :
ฟิโพรนิล

  เป็นสารกำจัดแมลงคุณภาพสูงในกลุ่ม 2B
 ออกฤทธิ์ได้ทั้งแบบสัมผัสและกินตาย สรรพคุณและจุดขายที่สำคัญ

  1. กำจัดแมลงได้กว้างขวาง: ใช้กำจัดหนอนและแมลงหลายชนิดที่เป็นศัตรูพืชสำคัญ

  2. ประสิทธิภาพสูง: กำจัดหนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนม้วนใบส้ม หนอนกระทู้ผัก หนอนใยผัก หนอนเจาะต้นขี้เหล็ก เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่นฝอย เป็นต้น

  3. แก้ปัญหาได้ดี: กำจัดแมลงที่ดื้อยาชนิดอื่นได้

  4. สูตรเข้มข้น: 5% SC ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันและกำจัด

  5. ใช้งานง่าย: อัตราส่วนผสมเพียง 10-30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร สำหรับพืชหลายชนิด เช่น ข้าว มันเทศ ผัก พืชไร่ และไม้ผล

โดยรวมแล้ว ฟิโพรนิล 5SC เป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือและคุ้มค่าสำหรับเกษตรกรที่ต้องการกำจัดแมลงศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว


ประโยชน์ :ใช้ป้องกันกำจัดหนอนเจาะฝักถั่วลายจุดในถั่วฝักยาว

  • สารกำจัดแมลง
  • ปลวก
  • มด
  • แมลง
  • เพลี้ย
  • จั๊กจั่น

วิธีใช้ : ใช้อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาด ของหนอน เจาะฝักถั่วลายจุดในถั่วฝักยาว

 

เวริมส์ฟอส

สารกำจัดแมลง
ชื่อสามัญ :
ไซเพอร์เมทริน+โพรฟีโนฟอส
ประโยชน์ ใช้ป้องกันกำจัดหนอนแมลงวันเจาะต้นถั่วในถั่วเหลือง

  • สารกำจัดแมลง
  • ยาน๊อค ออกฤทธิ์ไว
  • กำจัดหนอน
  • หนอนเจาะใบ
  • หนอนกอ
  • หนอนชอนใบ
  • เพลี้ยไฟ
  • เพลี้ยจักจั่น
  • บั่ว


วิธีใช้ ใช้อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของ
หนอนแมลงวันเจาะต้นถั่วในถั่วเหลือง

เอวานอล

สารกำจัดแมลง
ชื่อสามัญ : ไดอะซินอล

ประโยชน์ ใช้ป้องกันกำจัดหนอนแมลงวันเจาะต้นถั่วในถั่วเหลือง

  • ยาน๊อค
  • ดูดซึม ไอระเหย
  • เพลี้ย
  • หนอน
  • แมลง

วิธีใช้ ใช้อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของหนอนแมลงวัน
เจาะต้นถั่วในถั่วเหลือง

 

อิมิดาโคลพริด 70

สารกำจัดแมลง

ชื่อสามัญ อิมิดาคลอพริด

กลุ่มสารเคมี : Neonicotinoid [ กลุ่ม 4A ]

ประโยชน์ : ใช้ป้องกันกำจัดหนอนชอนใบมันเทศในมันเทศ

  • เพลี้ยอ่อน
  • เพลี้ยแป้ง
  • เพลี้ยกระโดด
  • เพลี้ยหอย
  • เพลี้ยจั๊กจั่น
  • เพลี้ยไก่แจ้
  • เพลี้ยไฟ
  • แมลงหวี่ขาว

วิธีใช้ : ใช้อัตรา 6 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของหนอนชอนใบมันเทศในมันเทศ

โอเมโทเอต 50

สารกำจัดแมลง
ชื่อสามัญ :
โอเมโทเอต

ประโยชน์ : ใช้ป้องกันกำจัดหนอนแมลงวันเจาะต้นถั่วในถั่วเหลือง

  • หนอนกอ
  • หนอนเจาะผล
  • หนอนเจาะใบ
  • หนอนกระทู้
  • หนอนชอนใบ
  • หนอน

วิธีใช้ : ใช้อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของหนอน
             แมลงวันเจาะต้นถั่วในถั่วเหลือง

 

อีมาเมกตินเบนโซเอต
สารกำจัดแมลง
ชื่อสามัญ : 
อีมาเมกตินเบนโซเอต

ประโยชน์ : ใช้ป้องกันกำจัดหนอนชอนใบมันเทศในมันเทศ

  • สารกำจัดแมลง
  • หนอนกอ
  • หนอนเจาะใบ
  • หนอนเจาะผล
  • เพลี้ยไฟ
  • หนอนเจาะฝัก
  • หนอนชอนใบ

วิธีใช้ : ใช้อัตรา 5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วเมื่อพบการระบาดของหนอนชอนใบมันเทศในมันเทศ

อีทีฟอน 48

สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช

  • ควบคุมการเจริญเติบโตของพืช
  • ลดการหลุดร่วงของผล
  • ขั้วเหนียว

ประโยชน์ : ใช้ควบคุมการออกดอกของสับปะรด
วิธีใช้ : ใช้อัตรา 4 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0 อัตรา 300 กรัม ทำการหยอด 2 ครั้ง บริเวณ ยอดสับปะรค โดยหยอดครั้งแรกเมื่อต้นสับปะรดมีอายุ 8-10 เดือน หรือต้นสับปะรดมีน้ำหนัก 2.5-3 กิโลกรัม หยอดครั้งที่ 2 หลังจากหยอด ครั้งแรก 4-7 วัน โดยหยอดในช่วงเย็นหรือค่ำ อัตรา 60 มิลลิลิตรต่อต้น ในพื้นที่ ขนาคใหญ่สามารถใช้วิธีการพ่นและอัตราการใช้น้ำ 600 ลิตรต่อไร่

 

ปุ๋ยเกร็ด 10-20-30

          ปุ๋ยเกล็ดสูตร 10-20-30 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก 3 ชนิด คือ ไนโตรเจน (N) 10%, ฟอสฟอรัส (P2​O5​) 20%, และโพแทสเซียม (K2​O) 30% โดยมีสัดส่วนของโพแทสเซียมสูงที่สุด ทำให้มีประโยชน์อย่างยิ่งในช่วงที่พืชกำลังสร้างผลผลิตและต้องการบำรุงคุณภาพของผลผลิต

ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 10-20-30

  • เร่งการสร้างผลผลิตและเพิ่มคุณภาพ: สัดส่วนของฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่สูงช่วยส่งเสริมการสร้างผล สร้างหัว และเมล็ด ทำให้พืชมีผลดกและผลผลิตมีคุณภาพดี

  • เพิ่มขนาดและน้ำหนักผล: โพแทสเซียมในปริมาณสูงเป็นตัวช่วยสำคัญในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลและสารอาหารจากใบไปสู่ผล ทำให้ผลไม้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีน้ำหนักมากขึ้น และมีรสชาติหวานอร่อย

  • เพิ่มสีและรสชาติ: โพแทสเซียมมีบทบาทในการสร้างสีสันของดอกและผลไม้ ทำให้ดอกมีสีสวยสด และผลไม้มีสีสันน่ารับประทาน

  • ลดความชื้นในผลและหัว: ช่วยลดความชื้นในผลผลิต ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวได้นานขึ้น และเหมาะสำหรับพืชหัวที่ต้องการความแน่นของเนื้อ

  • บำรุงต้นให้สมบูรณ์: แม้จะเน้นการบำรุงผล แต่ไนโตรเจน 10% ก็เพียงพอต่อการบำรุงต้นให้แข็งแรงสมบูรณ์ไปพร้อมกับการสร้างผลผลิต

  • ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถใช้ได้กับพืชหลากหลายชนิด ทั้งไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก และพืชหัว โดยสามารถนำไปละลายน้ำเพื่อฉีดพ่นทางใบหรือใช้กับระบบน้ำหยดได้

อัตราการใช้

          อัตราการใช้ปุ๋ย 10-20-30 อาจแตกต่างกันไปตามชนิดของพืชและวัตถุประสงค์ แต่โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงดังนี้

  • ฉีดพ่นทางใบ: ใช้อัตรา 50-150 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วทั้งใบและทุกส่วนของพืช และควรพ่นทุกๆ 7-10 วัน

  • พืชทั่วไป (แตง, ถั่วฝักยาว, มะเขือ, ผักกาดหอม, ไม้ดอกไม้ประดับ, ไม้ผล): ใช้อัตรา 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

  • พืชผักตระกูลกะหล่ำ: ใช้อัตรา 100-150 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

  • พืชหัว (หอม, กระเทียม, แครอท, มันฝรั่ง, สับปะรด): ใช้อัตรา 100-150 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

ข้อควรระวัง:

  • ควรฉีดพ่นในช่วงที่พืชเริ่มออกดอกหรือเริ่มสร้างผลผลิต เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • ควรฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือเย็น หลีกเลี่ยงช่วงแดดจัดเพื่อป้องกันใบไหม้

  • เก็บปุ๋ยในที่แห้งและพ้นจากแสงแดดและความชื้น เพื่อคงคุณภาพของปุ๋ย

ปุ๋ยเกร็ด 10-50-10

            ปุ๋ยเกล็ดสูตร 10-50-10 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก 3 ชนิด คือ ไนโตรเจน (N) 10%, ฟอสฟอรัส (P2​O5​) 50%, และโพแทสเซียม (K2​O) 10% โดยมีสัดส่วนของฟอสฟอรัสสูงที่สุด ทำให้มีประโยชน์อย่างยิ่งในช่วงที่พืชต้องการสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตของรากและกระตุ้นการออกดอก

ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 10-50-10

  • เร่งการแตกรากและสร้างรากใหม่: ฟอสฟอรัสในปริมาณสูงช่วยส่งเสริมการสร้างและขยายระบบรากของพืชให้แข็งแรง ทำให้พืชสามารถดูดซึมน้ำและธาตุอาหารจากดินได้ดีขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพืชที่เพิ่งย้ายปลูก

  • กระตุ้นการออกดอก: ฟอสฟอรัสเป็นธาตุอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อกระบวนการสร้างดอกและผล ทำให้พืชออกดอกได้ดกและเร็วขึ้น

  • สะสมอาหารเพื่อการออกดอก: ช่วยให้พืชสะสมสารอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกดอกและสร้างผลผลิต

  • เพิ่มความแข็งแรงของพืช: แม้จะเน้นฟอสฟอรัส แต่ไนโตรเจนและโพแทสเซียมในปริมาณที่เหมาะสมก็ช่วยให้พืชมีความสมบูรณ์แข็งแรงโดยรวม และช่วยในกระบวนการขยายผลและเพิ่มคุณภาพ

  • ใช้งานได้หลากหลาย: เหมาะสำหรับพืชหลากหลายชนิด ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ (เช่น กล้วยไม้ กุหลาบ ชวนชม) ไม้ผล พืชผัก และพืชไร่

อัตราการใช้

          อัตราการใช้ปุ๋ย 10-50-10 อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและผู้ผลิตแต่ละราย แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใช้อัตราดังนี้

  • ฉีดพ่นทางใบ: อัตราทั่วไปอยู่ที่ 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วทั้งใบและทุกส่วนของพืช และควรพ่นทุกๆ 7-10 วัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • สำหรับพืชผักและไม้ผล: ควรใช้ในช่วงที่พืชเริ่มแตกยอดอ่อน หรือในช่วงที่ต้องการกระตุ้นการออกดอก

  • สำหรับไม้ดอกไม้ประดับ: ใช้ในช่วงที่ต้องการเร่งการสร้างตาดอก

ข้อควรระวัง:

  • ควรฉีดพ่นในช่วงที่อากาศเย็น เช่น ตอนเช้าหรือตอนเย็น เพื่อให้พืชดูดซึมสารอาหารได้ดี

  • ควรเก็บปุ๋ยในที่แห้งและพ้นจากแสงแดด เพื่อป้องกันความชื้นและคงคุณภาพของปุ๋ย

ปุ๋ยเกร็ด 11-0-41

          ปุ๋ยเกล็ดสูตร 11-0-41 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลักเพียง 2 ชนิด คือ ไนโตรเจน (N) 11% และโพแทสเซียม (K2​O) 41% โดยไม่มีฟอสฟอรัส (P) เลย ทำให้มีประโยชน์เฉพาะเจาะจงกับช่วงที่พืชต้องการการสะสมอาหารและการบำรุงคุณภาพของผลผลิต

ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 11-0-41

  • ระเบิดหัวและสร้างแป้ง: โพแทสเซียมในปริมาณสูงมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลและแป้งที่สังเคราะห์ได้จากใบไปเก็บสะสมไว้ในส่วนต่างๆ ของพืช โดยเฉพาะหัวและราก เหมาะสำหรับพืชหัว เช่น มันสำปะหลัง หรือพืชไร่อย่างข้าว

  • เพิ่มน้ำหนักและคุณภาพของผลผลิต: ช่วยให้ผลผลิตมีน้ำหนักดีขึ้น รวงเต่ง เมล็ดไม่ลีบแบน และเพิ่มเปอร์เซ็นต์แป้งหรือน้ำตาลในผลผลิต

  • เสริมสร้างความแข็งแรง: แม้จะไม่มีฟอสฟอรัส แต่ไนโตรเจน 11% ก็ยังคงช่วยให้พืชมีความแข็งแรงและสมบูรณ์

  • ช่วยให้พืชทนทานต่อสภาพแวดล้อม: โพแทสเซียมช่วยให้พืชทนทานต่อความแล้งและโรคได้ดีขึ้น

  • ใช้ในช่วงออกรวงและลงหัว: เหมาะสำหรับใช้ในช่วงที่พืชกำลังสร้างผลผลิตหรือลงหัว เพื่อเน้นการเพิ่มน้ำหนักและปริมาณแป้ง

  • ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถใช้ได้กับพืชหลากหลายชนิด โดยเฉพาะพืชที่ต้องการการสะสมแป้งและน้ำตาล เช่น ข้าว มันสำปะหลัง รวมถึงไม้ผลและพืชผัก

 

อัตราการใช้

          อัตราการใช้ปุ๋ย 11-0-41 อาจแตกต่างกันไปตามชนิดของพืชและผู้ผลิตแต่ละราย แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใช้อัตราดังนี้

  • ฉีดพ่นทางใบ: อัตราทั่วไปอยู่ที่ 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วทั้งใบและทุกส่วนของพืช

  • สำหรับนาข้าว: นิยมใช้ในช่วงสร้างรวงและเบ่งรวง เพื่อให้รวงพุ่ง เม็ดเต่ง และมีน้ำหนักดี ใช้อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

  • สำหรับพืชหัว (เช่น มันสำปะหลัง): ใช้ในช่วงที่พืชกำลังลงหัวและสะสมแป้ง เพื่อช่วยระเบิดหัวให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

ข้อควรระวัง:

  • ควรฉีดพ่นในช่วงที่อากาศเย็น เช่น ตอนเช้าหรือตอนเย็น เพื่อให้พืชดูดซึมสารอาหารได้ดี

  • ควรเก็บปุ๋ยในที่แห้งและพ้นจากแสงแดดและความชื้น เพื่อคงคุณภาพของปุ๋ย

ปุ๋ยเกร็ด 20-20-20

            ปุ๋ยเกล็ดสูตร 20-20-20 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก 3 ชนิดในปริมาณที่เท่ากัน คือ ไนโตรเจน (N) 20%, ฟอสฟอรัส (P2​O5​) 20%, และโพแทสเซียม (K2​O) 20% จึงถูกเรียกว่า "ปุ๋ยสูตรเสมอ" และเป็นปุ๋ยที่สามารถใช้ได้กับพืชเกือบทุกชนิดในทุกระยะการเจริญเติบโต

ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 20-20-20

  • บำรุงพืชได้ครบทุกส่วน: ด้วยสัดส่วนธาตุอาหารที่สมดุล ปุ๋ยสูตรนี้ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชในทุกด้าน

    • ไนโตรเจน (N): ช่วยในการสร้างใบและลำต้น ทำให้พืชมีใบเขียวเข้มและเติบโตอย่างรวดเร็ว

    • ฟอสฟอรัส (P2​O5​): ช่วยในการสร้างรากให้แข็งแรง กระตุ้นการออกดอก และการสร้างเมล็ด

    • โพแทสเซียม (K2​O): ช่วยในการสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงของพืชโดยรวม เพิ่มคุณภาพของผลผลิต (รสชาติ สี และขนาด) และช่วยให้พืชทนทานต่อโรคและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

  • ใช้งานได้หลากหลาย: เหมาะสำหรับพืชทุกชนิด ทั้งพืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ผล และพืชไร่ สามารถใช้ได้ตั้งแต่ระยะแรกของการเจริญเติบโตไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยว

  • ฟื้นฟูต้น: เหมาะสำหรับใช้ฟื้นฟูต้นไม้หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อให้ต้นไม้กลับมาแข็งแรงและพร้อมสำหรับการให้ผลผลิตในรอบถัดไป

  • ละลายน้ำได้ดี: เป็นปุ๋ยเกล็ดที่สามารถละลายน้ำได้ง่าย ไม่มีตะกอน ทำให้สามารถนำไปใช้กับระบบน้ำหยดหรือฉีดพ่นทางใบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อัตราการใช้

         อัตราการใช้ปุ๋ย 20-20-20 อาจแตกต่างกันไปตามชนิดของพืชและผู้ผลิตแต่ละราย แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใช้อัตราดังนี้

  • ฉีดพ่นทางใบ: อัตราทั่วไปอยู่ที่ 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วทั้งใบและทุกส่วนของพืช และควรพ่นทุกๆ 7-10 วัน

  • พืชผัก: สำหรับแตง ผักกาดหอม และพืชผักอื่นๆ ใช้อัตรา 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

  • ไม้ผล: สามารถใช้ได้ในระยะบำรุงต้น

  • ไม้ดอกไม้ประดับ: ใช้ได้ทุกระยะการเจริญเติบโต

ข้อควรระวัง:

  • ควรฉีดพ่นในช่วงที่อากาศเย็น เช่น ตอนเช้าหรือตอนเย็น เพื่อให้พืชดูดซึมสารอาหารได้ดี

  • ควรเก็บปุ๋ยในที่แห้งและพ้นจากแสงแดดและความชื้น เพื่อคงคุณภาพของปุ๋ย

ปุ๋ยเกร็ด 30-10-10

           ปุ๋ยเกล็ดสูตร 30-10-10 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก 3 ชนิด คือ ไนโตรเจน (N) 30%, ฟอสฟอรัส (P2​O5​) 10%, และโพแทสเซียม (K2​O) 10% โดยมีสัดส่วนของไนโตรเจนสูงที่สุด ทำให้มีประโยชน์อย่างยิ่งในช่วงที่พืชต้องการการบำรุงในด้านการเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ

ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 30-10-10

  • เร่งการเจริญเติบโตของลำต้นและใบ: ไนโตรเจนในปริมาณสูงเป็นธาตุอาหารสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการสังเคราะห์แสง ทำให้พืชมีลำต้นที่สมบูรณ์และใบเขียวเข้ม การเติบโตเป็นไปอย่างรวดเร็ว

  • บำรุงพืชในระยะแรก: เหมาะสำหรับพืชในช่วงเริ่มต้นของการเจริญเติบโต เช่น ระยะแตกใบอ่อน หรือช่วงที่ต้องการสร้างความแข็งแรงของลำต้นและใบ

  • เพิ่มการแตกยอดและกิ่งก้าน: ช่วยกระตุ้นให้พืชแตกยอดใหม่และมีกิ่งก้านที่สมบูรณ์มากขึ้น

  • ฟื้นฟูต้นที่โทรม: เหมาะสำหรับใช้ฟื้นฟูต้นไม้ที่ผ่านการเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือต้นที่ขาดการบำรุง ทำให้ต้นกลับมาสมบูรณ์แข็งแรงและพร้อมสำหรับการให้ผลผลิตในรอบถัดไป

  • เหมาะสำหรับพืชผักกินใบ: เช่น คะน้า กะหล่ำปลี ผักกาด และพืชผักอื่นๆ ที่ต้องการการเจริญเติบโตของใบเป็นหลัก

  • ละลายน้ำได้ดี: เป็นปุ๋ยเกล็ดที่สามารถละลายน้ำได้ง่าย ไม่มีตะกอน ทำให้สามารถนำไปใช้กับระบบน้ำหยดหรือฉีดพ่นทางใบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อัตราการใช้

          อัตราการใช้ปุ๋ย 30-10-10 อาจแตกต่างกันไปตามชนิดของพืชและผู้ผลิตแต่ละราย แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใช้อัตราดังนี้

  • ฉีดพ่นทางใบ: อัตราทั่วไปอยู่ที่ 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วทั้งใบและทุกส่วนของพืช และควรพ่นทุกๆ 7-10 วัน

  • พืชผัก: สำหรับผักกินใบ ใช้อัตรา 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

  • ไม้ผล: ใช้ในช่วงที่ต้องการบำรุงต้นและสร้างใบ เช่น หลังจากตัดแต่งกิ่ง

  • ใช้กับระบบน้ำหยด: สามารถใช้ได้ในอัตราที่เหมาะสมกับระบบและชนิดของพืช

ข้อควรระวัง:

  • ควรใช้ปุ๋ยสูตรนี้ในระยะที่พืชต้องการบำรุงใบและลำต้นเท่านั้น หากใช้ในช่วงออกดอกหรือติดผลมากเกินไป อาจทำให้พืชแตกใบอ่อนแทนที่จะออกดอกหรือติดผล

  • ควรฉีดพ่นในช่วงที่อากาศเย็น เช่น ตอนเช้าหรือตอนเย็น เพื่อให้พืชดูดซึมสารอาหารได้ดี

  • เก็บปุ๋ยในที่แห้งและพ้นจากแสงแดดและความชื้น เพื่อคงคุณภาพของปุ๋ย

 

 

 

 

 

รูปโปรไฟล์

ขอต้อนรับสู่ Gemini ผู้ช่วย AI ส่วนตัวของคุณ

ทรีโตไลท์ นาข้าว

หัวเชื้ออาหารเสริมชนิดเข้มข้น เหมาะสำหรับพืชผักและนาข้าว เสริมสร้างการแบ่งเซลล์พืช ส่งเสริมการแตกแขนง และตาดอก ตามใบของพืชในระยะต้นเล็ก

คุณสมบัติพิเศษ

สามารถแช่เมล็ดก่อนการปลูกหรือเพาะ เพื่อเริ่งการงอก และ ทำให้ต้นแข็งแรง สามารถใช้แทนปุ๋ยยูเรียได้ โดยไม่ทำให้พืชแสดง อาการเฝือใบไม่ติดผล เร่งการออกรวงของข้าว เพิ่มน้ำหนัก เร่งการสุกของข้าวและลดการใช้ปุ๋ยเคมี และเพิ่ม ผลผลิตได้อย่างดี

ประโยชน์

  • เพิ่มความงอก
  • เพิ่มการแตกกอ
  • เพิ่มผลผลิต
  • บำรุงต้น ใบ
  • เร่งการเจริญเติบโต และแตกแขนงเพิ่มมากขึ้น
  • ทนต่อการเข้าทำลายของโรคและแมลง
  • ฟื้นฟูสภาพดินและสภาพต้น
  • เก็บผลผลิตได้เร็วขึ้น
  • ลดการใช้ปุ๋ยเคมี

 

 

สารปรับปรุงดิน

  • ปรับค่า Ph เหมาะสมต่อพืช
  • กระตุ้นการทำหงานของระบบราก
  • แก้ปัญหาดินเสื่อมสภาพ ดินตาย
  • เพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดิน
  • ใช้ได้กับพืชทุกชนิด

         สารปรับปรุงดิน (Soil Conditioner) คือวัสดุที่ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี และชีวภาพของดินให้ดีขึ้น ทำให้ดินมีสภาพที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช

คุณสมบัติและประโยชน์ของสารปรับปรุงดิน

  1. ปรับค่า pH ในดินให้เหมาะสม: สภาพดินที่มีความเป็นกรดหรือด่างเกินไปจะส่งผลต่อการดูดซึมธาตุอาหารของพืช สารปรับปรุงดินจะช่วยปรับค่า pH ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม (โดยทั่วไปคือ pH 5.5-6.5) ทำให้พืชสามารถนำธาตุอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่

  2. กระตุ้นการทำงานของระบบราก: สภาพดินที่ร่วนซุยและระบายอากาศได้ดีจะช่วยให้รากพืชเจริญเติบโตได้อย่างอิสระ แข็งแรง และแผ่ขยายได้กว้างขึ้น ทำให้ดูดซึมน้ำและธาตุอาหารได้มีประสิทธิภาพ

  3. แก้ปัญหาดินเสื่อมสภาพ (ดินตาย): ดินที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานอาจมีโครงสร้างที่แน่นทึบ ขาดอินทรียวัตถุ และมีสารเคมีตกค้าง สารปรับปรุงดินจะช่วยฟื้นฟูสภาพดินให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทำให้ดินมีชีวิตและกลับมาอุดมสมบูรณ์

  4. เพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน: สารปรับปรุงดินส่วนใหญ่ผลิตจากอินทรียวัตถุธรรมชาติ เช่น เปลือกพืช ซากพืช หรือปุ๋ยหมัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและกักเก็บธาตุอาหารได้ดีขึ้น

  5. ใช้ได้กับพืชทุกชนิด: สารปรับปรุงดินเหมาะกับพืชทุกประเภท ตั้งแต่ไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก และพืชไร่ เพราะมีคุณสมบัติเป็นกลางในการปรับสภาพดิน

อัตราการใช้

            อัตราการใช้สารปรับปรุงดินขึ้นอยู่กับสภาพดินเดิมและชนิดของพืชที่ปลูก แต่โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ดังนี้:

  • เตรียมดินก่อนปลูก:

    • สำหรับพื้นที่เพาะปลูก: ใช้สารปรับปรุงดิน 100-200 กรัม ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร หว่านให้ทั่วแล้วพรวนดินกลบ

    • สำหรับผสมวัสดุปลูก: ผสมสารปรับปรุงดินกับดินปลูกในอัตราส่วน 1:10 หรือตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์

  • บำรุงรักษาต้นที่ปลูกแล้ว:

    • สำหรับไม้กระถาง: ใช้สารปรับปรุงดิน 1-2 ช้อนโต๊ะ โรยรอบโคนต้นทุกๆ 1-2 เดือน

    • สำหรับไม้ผล/พืชยืนต้น: ใช้สารปรับปรุงดิน 1-2 กิโลกรัม ต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น โรยให้ทั่วบริเวณทรงพุ่ม แล้วรดน้ำตาม

คำแนะนำเพิ่มเติม: ควรใช้สารปรับปรุงดินร่วมกับการใช้ปุ๋ย เพื่อให้พืชได้รับธาตุอาหารอย่างครบถ้วนและเหมาะสม

 

พีทมอส ตรา เอวีอะโกร

        พีทมอส (Peat Moss) คือซากพืชที่ทับถมกันเป็นเวลานานจนกลายเป็นเนื้อพรุนละเอียด มีคุณสมบัติเด่นคือการอุ้มน้ำได้ดี แต่ก็ยังระบายอากาศได้ยอดเยี่ยม ทำให้รากพืชไม่เน่าเสียจากการแฉะจนเกินไป

  • ช่วยให้อัตราการงอกของเมล็ดสูง: เนื้อสัมผัสที่ละเอียดและเบาของพีทมอสทำให้รากอ่อนของเมล็ดงอกและเติบโตได้ง่าย ไม่ถูกบีบรัดเหมือนดินทั่วไป

  • วัสดุปลูกสะอาด ปลอดเชื้อโรค: พีทมอสผ่านกระบวนการทำให้แห้งและปราศจากเชื้อโรค รวมถึงวัชพืช ทำให้ต้นกล้าที่เพาะใหม่ปลอดภัยจากโรคที่มาจากดิน

  • อุ้มน้ำได้ดีเยี่ยม แต่ไม่แฉะ: สามารถดูดซับน้ำได้ถึง 10-20 เท่าของน้ำหนักตัวเอง และค่อยๆ ปลดปล่อยน้ำออกมา ทำให้ดินชุ่มชื้นได้นานโดยที่รากยังได้รับอากาศ

  • ปรับปรุงโครงสร้างดิน: เมื่อนำไปผสมกับดินหรือวัสดุปลูกอื่นๆ จะช่วยให้ดินร่วนซุยขึ้น แก้ปัญหาดินแน่นทึบ และเพิ่มช่องว่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

  • เป็นกรดอ่อนๆ เหมาะกับการเพาะกล้า: พีทมอสมีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งเหมาะสำหรับการเพาะเมล็ดพันธุ์พืชส่วนใหญ่ ช่วยกระตุ้นการงอกของเมล็ดได้ดี


 

วิธีและสัดส่วนการใช้

          พีทมอสเป็นวัสดุปลูกที่ใช้ได้หลายวิธี ไม่ได้มีการตวงวัดเป็น "อัตราส่วน" เหมือนการใช้ปุ๋ย แต่เป็นการนำไปผสมเพื่อปรับปรุงวัสดุปลูกให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด

  • สำหรับการเพาะเมล็ดโดยเฉพาะ: สามารถใช้พีทมอส 100% โดยไม่ต้องผสมอะไรเลยก็ได้ หรืออาจจะผสมเพอร์ไลต์เล็กน้อย (อัตราส่วน 3:1) เพื่อช่วยให้ระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น

  • สำหรับการปลูกต้นกล้าหรือไม้กระถาง:

    • สูตรทั่วไป: พีทมอส 3 ส่วน + เพอร์ไลต์ 1 ส่วน + เวอร์มิคูไลต์ 1 ส่วน

    • สูตรประหยัด: พีทมอส 1 ส่วน + ดินปลูก 1 ส่วน + ขุยมะพร้าว 1 ส่วน

  • สำหรับการปรับปรุงดินเดิม: ผสมพีทมอสประมาณ 10-20% ของปริมาณดินทั้งหมด คลุกเคล้าให้เข้ากันดี เพื่อเพิ่มความร่วนซุยและช่วยอุ้มน้ำในดิน

ข้อควรระวัง:

  • ก่อนนำพีทมอสไปใช้ ควรพรมน้ำให้ชุ่มชื้นก่อน เพราะพีทมอสที่แห้งจะดูดซับน้ำได้ยาก

  • พีทมอสไม่มีธาตุอาหาร ดังนั้นเมื่อต้นกล้าเริ่มมีใบจริงแล้ว ควรเริ่มให้ปุ๋ยบำรุงเพิ่มเติมด้วยปุ๋ยสูตรอ่อนๆ เช่น ปุ๋ยน้ำ

 

ทรีโตไลท์ ไม้ผล

หัวเชื้ออาหารเสริมชนิดเข้มข้น เหมาะสำหรับพืชผักและนาข้าว เสริมสร้างการแบ่งเซลล์พืช ส่งเสริมการแตกแขนง และตาดอก ตามใบของพืชในระยะต้นเล็ก

คุณสมบัติพิเศษ

สามารถแช่เมล็ดก่อนการปลูกหรือเพาะ เพื่อเริ่งการงอก และ ทำให้ต้นแข็งแรง สามารถใช้แทนปุ๋ยยูเรียได้ โดยไม่ทำให้พืชแสดง อาการเฝือใบไม่ติดผล เร่งการออกรวงของข้าว เพิ่มน้ำหนัก เร่งการสุกของข้าวและลดการใช้ปุ๋ยเคมี และเพิ่ม ผลผลิตได้อย่างดี

ประโยชน์

  • เร่งการเจริญเติบโต และแตกแขนงเพิ่มมากขึ้น
  • ทนต่อการเข้าทำลายของโรคและแมลง
  • ฟื้นฟูสภาพดินและสภาพต้น
  • เก็บผลผลิตได้เร็วขึ้น
  • ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
  • เร่งแตกยอด
  • แตกแขนง
  • ช่วยในการเจริญเติบโต

เอวี ออย

เป็นสารผสมสารป้องกันกำจัดแมลงสูตรใหม่ สามารถควบคุม
การระบาดของหนอน เพลี้ย และแมลง ได้้ทั้งไข่และตัวอ่อน สามารถ
เสริมฤทธิ์ฆ่าแมลง ให้มีประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงเพิ่มขึ้น 10-50%
ป้องกันแมลงวางไข่ซ้ำที่เดิม กำจัดไข่ตัวอ่อนของเพลี้ยอ่อน  เพลี้ยแป้ง 
เพลี้ยไฟ ไรขาว ไรแดง ไรสนิม หมัดกระโดด หนอนม้วนใบ หนอนใยผัก
หนอนกระทู้ มวนต่างๆ แมลงสิง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สามารถฆ่าไข่
แมลงได้ทุกชนิด สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด เช่น องุ่น ส้ม ทุเรียน เงาะ 
มะม่วง มะนาว ข้าว ไม้ดอก พืชผัก นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงผัก ผลไม้
ให้ผล ใบ กิ่ง สะอาด เงางาม โดยปลอดภัยต่อพืช และไม่มีพิษตกค้าง

  • คุมไข่
  • ลดการวางไข่
  • ยับยังการลอกคาบ
  • ลดปัญหาแมลงดื้อยา

วิธีใช้

ไม้ผล ทุเรียน มะนาว เงาะ ลำไยมะม่วง ลองกอง ชมพู่ ฝรั่งมังคุด เป็นต้น

       ป้องกันกำจัดแมลง คุมไข่ และตัวอ่อน เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย เพลี้ยไฟ หนอนม้วนใบ
หนอนชอนใบ หนอนเจาะผล ไรแดง ปราศจากโรคราดำ

อัตราการใช้ : 5-15 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

พืชผักและไม้ดอกไม้ประดับ

        คุมไข่ และตัวอ่อน เพลี้ยอ่อน เพลี้ยหอย เพลี้ยไฟ หมัดกระโดด ไรแดง หนอนม้วนใบ หนอนใยผัก
หนอนกระทู้
อัตราการใช้ : 5-15 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

ข้าว

        ป้องกันกำจัดไข่ และตัวอ่อนแมลง ศัตรูข้าว เช่น หนอนกอ เพลี้ยไฟ ไร เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล แมลงสิง
หนอนม้วนใบ ป้องกันเขม่าราดำ

อัตราการใช้ : 5-15 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

 

เอวี แม็กซ์

ธาตุอาหารรอง
ปริมาณธาตุอาหารรอง : แมกนีเซียมที่ละลายน้ำ (Mg) .................................................... 5 %

ประโยชน์   :   เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ หรือสีเขียวที่พืชใช้ในการสังเคราะห์แสง
ช่วยให้ใบพืชมีสีเขียวเข้มมากขึ้น  ช่วยในการสร้างพลังงาน  ดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ไปใช้
ได้มากขึ้น  ส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นพืช  และช่วยในการเคลื่อนย้ายธาตุฟอสฟอรัส
ในพืช

  • เร่งขยายการสังเคราะห์แสง
  • เร่งใบแก่
  • ช่วยสังเคราะห์กรดอะมิโน, วิตามิน, ไขมัน  และน้ำตาล

รัสแบค

        เป็นนวัตกรรมใหม่การใช้เทคนิค เอส เอ อาร์(SAR) หรือ Systemic Acquired Resistance ซึ่งเป็น
แนวทางใหม่ของการรักษาโรคพืช โดยวีธีเรียนแบบธรรมชาติ เพื่อป้องกันตัวเองโดยการใช้สารกลุ่ม
ซาลิไซเลต เป็นตัวส่งสัญญาณไปกระตุ้นภูมิต้านทานทำให้พืชป้องกันตัวเองจากโรค เช่น ไวรัส
ใบด่างจุดวงแหวนในมะละกอ ใบด่างในพริก มะเขือเทศ ซึ่งเกิดจากไวรัส ได้แก่  TMW , PRSV 
โดยเชื่อจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปกับพาหะ เช่น แมลงปากดูดทัังหลายเป็นพาหะสำคัญในการ
แพร่เชื่อ สูตรป้องกันไวรัส จึงจำเป็นต่อการสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสสามารถต้านทานไวรัสเพื่่อลดความ
สูญเสียอีกทางหนึ่ง วิธีการสร้างภูมิคุ้มกันโรคไม่ได้ทำให้มะละกอเกิดความต้านทานโรคอย่างถาวร
แต่เป่นเพียงการชะลอการเกิดโรคหรือลดความเสียหายของโรคลง เพื่อให้พืชมีผลผลิตตอบแทน
ในระดับที่น่าพึงพอใจ

คุณสมบัติ

 รัสแบค เป็นสารที่ประกอบด้วยธาตุอาหารพืชที่ปรุงแต่งขึ้นมา โดยนำสารเคมีที่พืชสามารถสร้างขึ้น
เองได้ตามธรรมชาติมาเป็นส่วนผสม เช่น ซาลิไซเลต กรดอะมิโนธาตุอาหารรอง-ธาตุอาหารเสริม เพื่อ
กระตุ้นภูมิคุ้มกันของพืช ซึ่งช่วยให้พืชแข็งแรงต้านทานต่อโรคพืชได้เองตามธรรมชาติ สารอาหารใน
     รัสแบค สามารถซึมผ่านเข้าไปในพืชและเคลื่อนย้ายได้ดี โดยอาศัยกรดอะมิโน เป็นตัวช่วยทัังยังนำ
สารอาหารเสริมต่างๆ เข้าไปเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังเซลล์สามารถป้องกันการเข้าทำลายของ
เชื่อโรคต่างๆ ได้อีกทางหนึ่ง

อัตราและวิธีการใช้

อัตรา 10 ซีซี
- ฉีดพ่นทุกๆ 7-15 วัน ขณะเป็นต้นกล้า เสริมความแข็งแรง สร้างภูมิคุ้มกัน

อัตรา 20 ซีซี
- ฉีดพ่นทุกๆ 7-15 วันขณะมีการระบาดของโรคในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อป้องกันการเกิดโรคและพืช
  สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ

อัตรา 20 ซีซี
- ฉีดพ่นทุกๆ 3-5 วันเมื่อพบการระบาดของไวรัส ให้ฉีดพ่นเพื่อระงับการแสดงอาการของโรคพืช
   เพื่อให้สามารถเก็บผลผลิตได้ต่อไป

เอวี ดูม

คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย  
ปริมาณธาตุอาหารรับรอง   :  

                                               ไนโตรเจนทั้งหมด        (N) ................................................ 15%
                                               ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์    (P2O5) ..............................   0%
                                               โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ    (K2O) ..................................  5%

 

ประโยชน์ : พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้โดยทางรากและทางใบ ช่วยเสริมสร้างให้พืชออกดอก
                   และติดผลได้ดี

 

ฟาสเตอร์ แซด

          เป็นไวรัสแบคทีเรีย ความเข้มข้น ≥1x109 ที่ใช้ป้องกัน กำจัดแบคทีเรียโรคเหี่ยวเขียว และโรคเน่าที่เกิดจากแบคทีเรีย แบบเฉพาะเจาะจง  ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และ สัตว์เลี้ยง
        ไวรัสกำจัดแบคทีเรีย หรือที่ในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า "แบคทีเรียโอเฟจ" (Bacteriophage หรือ Phage) คือนวัตกรรมชีวภาพมิติใหม่ในการพิทักษ์พืชผลทางการเกษตร โดยเป็นไวรัสตามธรรมชาติที่ออกแบบมาเพื่อเข้าทำลายและย่อยสลายเซลล์แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคพืชโดยเฉพาะ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่น

      

สรรพคุณและกลไกการทำงานสุดล้ำ

  • ทำลายแบคทีเรียเป้าหมายอย่างแม่นยำ (Targeted Destruction): เข้าโจมตีและทำลายเฉพาะแบคทีเรียร้ายที่ก่อโรคพืช โดยไม่ทำลายจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดินหรือบนต้นพืช

  • กำจัดโรคพืชจากแบคทีเรียได้อย่างเด็ดขาด:

    • โรคเน่าเละ (Soft Rot) ในพืชผักและไม้ดอก

    • โรคใบแห้งแบคทีเรีย (Bacterial Blight) ในข้าวและพืชไร่

    • โรคเหี่ยวแบคทีเรีย (Bacterial Wilt) ในพืชตระกูลมะเขือ ตระกูลแตง และมันฝรั่ง

    • โรคแคงเกอร์ (Canker) ในพืชตระกูลส้มและมะนาว

  • ลดปัญหาการดื้อยา: ทำลายแบคทีเรียด้วยกลไกการเจาะและขยายพันธุ์ภายในเซลล์แบคทีเรียจนระเบิดออก ทำให้แบคทีเรียไม่มีโอกาสพัฒนาการดื้อยาเหมือนการใช้สารเคมีปฏิชีวนะทั่วไป

  • เพิ่มจำนวนเองได้ (Self-Replicating): ตราบใดที่ยังมีแบคทีเรียเป้าหมายอยู่ ไวรัสจะขยายเผ่าพันธุ์เพื่อเข้าทำลายแบคทีเรียต่อไปเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง

  • ปลอดภัย 100% ต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม: ไวรัสชนิดนี้ไม่ก่อโรคในมนุษย์ สัตว์เลี้ยง หรือแมลงที่มีประโยชน์ (เช่น ผึ้ง หรือตัวห้ำตัวเบียน) และไม่มีสารเคมีตกค้างในผลผลิต สอดคล้องกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic)

  • เข้าทำลายเชื้อแบบเฉพาะเจาะจง และสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้
  • ช่วยลดและยับยั้งการเกิดโรค
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และสร้างความต้านทานต่อโรคพืช
  • ช่วยให้พืชลดสภาวะเครียดที่เกิดจากสภาวะอากาศ เย็น ร้อน หรือ สภาวะอื่น ๆ

 

เจ็ทไรซ์

ผลิตภัณฑ์สารเสริมประสิทธิภาพพืช

               สูตรพิเศษประกอบด้วย สารคาร์โบไฮเดรตหลายชนิด ไทอามีน สารส่งเสริมความสมบูรณ์เสริมสร้างความแข็งแรง
เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิตและโคเอ็นไซม์ ที่เลียนแบบจากธรรมชาติในสัดส่วนที่พอเหมาะ ทำไห้ได้สารประกอบที่มี
คุณสมบัติในการละลายน้ำได้สูง ง่ายต่อการดูดซึมของพืชและเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายสารต่างๆ ภายในพืช
อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหมาะในช่วงที่พืชต้องการปริมาณอาหารสะสมในต้นเป็นอย่างมาก เช่น ระยะสร้างน้ำนม ระยะ
สร้างแป้ง เพื่อช่วยเพิ่มน้ำหนักและคุณภาพผลผลิต ช่วยล้นอายุการเก็บเกี่ยวเร็วขึ้น และช่วยทำให้ข้าวสุกแก่พร้อมกัน

ประโยชน์ 

                ช่วยเพิ่มปริมาณอาหารสะสมภายในต้นข้าว ทำให้ข้าวมีความพร้อมในการออกรวงติดเมล็ด ลดปัญหาการหลุด
ร่วงของดอก ช่วยลดดความชื้นในเมล็ดข้าว เม็ดใส เพิ่มปริมาณในการติดเมล็ด เมล็ดข้าวสุกแก่พร้อมกัน เพิ่ม
น้ำหนัก ช่วยเพิ่มผลผลิตสูงขึ้นต่อไร่ ช่วยยับยั้งโรคที่เกิดจากเชื้อราและควบคุมการแพร่ระบาด

  • ข้าวออกรวงเสมอ
  • ขั้วเหนียว รวงยาว
  • เมล็ดเต่ง เต็มรวง
  • เร่งการสุกแก่ของเมล็ด
  • เปอร์เซ็นความชื้นต่ำ

สต๊อปลีฟ

    เทคโนโลยี เตรียมความพร้อมให้พืช เพื่อปรับเร่งขบวนการสร้างตาดอก ลดไนโตรเจน ยับยั้งการแตกใบ
อ่อน ส่งเสริมการนำฟอสฟอรัสไปใช้ ช่วยสังเคราะห์ฮอร์โมนที่ช่วยสร้างตาดอก

อัตราการใช้

20-30ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นช่วงใบพืชเริ่มจะเเก่และปลอดฝนก่อน และหลังฉีด 1-2วัน

วิธีการใช้

1. อัตรา 200 cc ต่อน้ำ 200 ลิตร
2. ใช้ฉีดพ่นตอนเช้าก่อนแสงแดดจะร้อน 1 ชั่วโมง
3. ช่วงที่ใช้ ต้องปลอดฝน 1-2 วัน ในระยะก่อนใช้ยา  และหลังใช้ 1-2 วัน
4. ไม่มีใบอ่อนบนต้น

ประโยชน์

  • เร่งขบวนการสร้างตาดอก
  • ลดไนโตรเจน ยับยั้งการแตกใบอ่อน
  • ช่วยสังเคราะห์ฮอร์โมนที่ช่วยสร้างตาดอก

เอวี ฟลาวเวอร์

ผลิตภัณฑ์สารเสริมประสิทธิภาพพืช สารปรับปรุงดิน
อะมิโนช่วยในการออกดอก บำรุงดอก

  • เสริมสร้างดอก
  • ผสมเกสร
  • ออกดอกสมบูรณ์
  • เพิ่มผลผลิต
  • สร้างระบบราก

 

เอวี กรีน

ผลิตภัณฑ์สารเสริมประสิทธิภาพพืช สารปรับปรุงดิน
อะมิโนบำรุงต้น บำรุงใบ

  • เร่งการเจริญเติบโต
  • เร่งใบเขียว
  • เร่งการแตกราก
  • เร่งการแตกใบ

 

เอวี ฟรุ๊ต

ผลิตภัณฑ์เพิ่มสิทธิภาพพืช 
อะมิโนบำรุงผล ขยายขนาดผล

  • ดอก, ผลสมบูรณ์
  • ดอกใหญ่
  • ขยายผล
  • เนื้อแน่น
  • รสชาติดี
  • เพิ่มขนาดและน้ำหนักผล

ปุ๋ยเกล็ดสูตร 0-52-34

         ปุ๋ยเกล็ดสูตร 0-52-34 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก 2 ชนิด คือ ฟอสฟอรัส (P2​O5​) และโพแทสเซียม (K2​O) ในอัตราส่วนที่สูงมาก โดยไม่มีธาตุไนโตรเจน (N) เลย ทำให้มีประโยชน์อย่างมากในช่วงที่พืชต้องการสารอาหารเพื่อการออกดอกและสร้างผลผลิต

ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 0-52-34

  • เร่งการออกดอกและติดผล: ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในปริมาณสูงช่วยกระตุ้นการสร้างดอกและเพิ่มโอกาสในการติดผล ทำให้พืชมีดอกดกและผลผลิตดีขึ้น

  • สะสมอาหาร: ช่วยให้พืชสะสมอาหารเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกดอกและติดผล ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดี

  • ยับยั้งการแตกใบอ่อน: การที่ไม่มีธาตุไนโตรเจน ทำให้พืชไม่แตกใบอ่อน ซึ่งอาจไปแย่งอาหารจากดอกและผล

  • เพิ่มคุณภาพผลผลิต: โพแทสเซียมช่วยในการสร้างน้ำตาลและแป้งในผล ทำให้ผลไม้มีรสชาติดีขึ้น มีน้ำหนักมากขึ้น และมีเนื้อแน่น

  • ส่งเสริมการเจริญเติบโตของราก: ฟอสฟอรัสช่วยให้รากแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดี ทำให้พืชดูดซึมสารอาหารจากดินได้มีประสิทธิภาพ

  • ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถใช้ได้กับพืชหลากหลายชนิด ทั้งไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก และพืชไร่ โดยสามารถนำไปละลายน้ำเพื่อฉีดพ่นทางใบหรือใช้กับระบบน้ำหยดได้

 

อัตราการใช้

         อัตราการใช้ปุ๋ย 0-52-34 อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและวัตถุประสงค์ในการใช้ แต่โดยทั่วไปแล้วอัตราการใช้จะอยู่ในช่วงดังนี้

  • ฉีดพ่นทางใบ: โดยทั่วไปจะใช้อัตรา 25-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วใบและทุกส่วนของพืช ทุกๆ 7-10 วัน

  • เพื่อหยุดยอดและเร่งการออกดอก: ใช้อัตรา 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

  • สำหรับพืชผักและพืชหัว: ใช้อัตรา 25-150 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

  • สำหรับไม้ผล เช่น ลำไย ทุเรียน: นิยมใช้ในช่วงสะสมอาหารเพื่อเร่งการออกดอก

ข้อควรระวัง:

  • ควรพ่นในช่วงเช้าหรือเย็น หลีกเลี่ยงช่วงแดดจัด

  • ห้ามพ่นขณะพืชขาดน้ำหรือมีอาการเหี่ยวเฉา

  • ควรเก็บรักษาปุ๋ยในที่แห้งและมิดชิด

แอนตี้ ท๊อป

ผลิตภัณฑ์สารเสริมประสิทธิภาพพืช สารปรับปรุงดิน

ประโยชน์

 

  1. แก้ปัญหาการปลูกพืชซ้ำที่เดิม
  2. ป้องกันและรักษาโรคเน่าคอดิน
  3. ป้องกันและรักษาโรคไฟทอปรอร่า
  4. ใช้รองก้นหลุมก่อนปลูก
  5. เสริมสร้างความแข็งแรงให้ระบบราก
  6. ฟื้นฟูโครงสร้างและเพิ่ม
  7. ความอุดมสมบูรณ์ของดิน
  8. ป้องกันและรักษาโรครากเน่า โคนเน่า
  9. ที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรีย
  • สร้างความต้านทาน
  • โรคพืช
  • ลดโรค
  • ลดเชื้อ
  • โครงสร้างต้นแข็งแรง

ปุ๋ยเกร็ด 6-30-30

       ปุ๋ยเกล็ดสูตร 6-30-30 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลักครบทั้งสามชนิด คือ ไนโตรเจน (N) 6%, ฟอสฟอรัส (P2​O5​) 30%, และโพแทสเซียม (K2​O) 30% โดยมีสัดส่วนของฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงเป็นพิเศษ ทำให้เหมาะสำหรับพืชในระยะที่ต้องการการสะสมอาหารและสร้างผลผลิต

 

ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 6-30-30

  • เร่งการออกดอกและติดผล: ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในปริมาณสูงช่วยกระตุ้นการสร้างดอกและเพิ่มโอกาสในการติดผล ทำให้พืชมีดอกดกและผลผลิตดี

  • ขยายขนาดและเพิ่มน้ำหนักผล: โพแทสเซียมมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลและแป้งจากใบไปสู่ผลและหัว ทำให้ผลไม้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีน้ำหนักมากขึ้น และมีเนื้อแน่น

  • เพิ่มคุณภาพผลผลิต: ปุ๋ยสูตรนี้ช่วยเพิ่มรสชาติ ความหวาน และสีสันของผลไม้ ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดีและเป็นที่ต้องการของตลาด

  • สร้างแป้งและน้ำตาล: เหมาะสำหรับพืชหัวและพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง ที่ต้องการการสะสมแป้งในหัวเพื่อเพิ่มน้ำหนักและผลผลิต

  • เสริมสร้างความแข็งแรง: แม้จะมีไนโตรเจนในปริมาณน้อย แต่ก็เพียงพอต่อการบำรุงต้นให้แข็งแรงในช่วงที่พืชกำลังสร้างผลผลิต

  • ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถใช้ได้กับพืชหลากหลายชนิด ทั้งไม้ผล พืชผัก พืชหัว และไม้ดอกไม้ประดับ โดยสามารถนำไปละลายน้ำเพื่อฉีดพ่นทางใบหรือใช้กับระบบน้ำหยดได้

 

อัตราการใช้

        อัตราการใช้ปุ๋ย 6-30-30 จะแตกต่างกันไปตามชนิดและระยะการเจริญเติบโตของพืช แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใช้อัตราดังนี้

  • ฉีดพ่นทางใบ: อัตราทั่วไปอยู่ที่ 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วทั้งใบและลำต้น

  • สำหรับพืชผักและไม้ผล: ควรใช้ในช่วงที่พืชเริ่มออกดอกและเริ่มสร้างผลผลิต ควรฉีดพ่นทุกๆ 7-10 วัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • สำหรับพืชหัว (เช่น มันสำปะหลัง): นิยมใช้ในช่วงที่พืชกำลังสร้างหัวและสะสมแป้ง เพื่อช่วยให้หัวมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากขึ้น

ข้อควรระวัง:

  • ควรฉีดพ่นในช่วงที่อากาศเย็น เช่น ตอนเช้าหรือตอนเย็น เพื่อให้พืชดูดซึมสารอาหารได้ดี

  • ควรเก็บปุ๋ยในที่แห้งและพ้นจากแสงแดด เพื่อป้องกันความชื้นและคงคุณภาพของปุ๋ย

สปริ๊นเตอร์

 กรดอะมิโนเข้มข้น ช่วนการเจริญเติบโตของพืช

  • เร่งการเจริญเติบโตในทุกระยะของพืช
  • สร้างเนื้อเยื่อ ขยายโครงสร้างและผลผลิตของพืช
  • เพิ่มน้ำหนักผล 
  • เร่งใบเขียว เร่งราก เร่งสีดอกและผล
  • ช่วยในการสังเคราะห์แสง

กรดอะมิโน 18 ชนิด

Aspartate (แอสปาร์ติก)
Threonine (ทรีโอนีน)
Serine (ซีรีu)
Glutamic Acid (กลูตาเมต)
Glycine (โกลซีน)
Alanine (อะลานีน)
Cystine (ซีสเทอีน)
Valine (วาลีน)
Methionine (เมทไธโอนีu)
Isoleucine (ไอโซลิวซีน)
Leucine (ลิวซีน)
Tyrosine (โnโรซีน)
Phenylalanine (ฟินิลอะลานีu)
Lysine (ไลซีน)
Histidine (ฮิสทิดีน)
Arginine (อาร์จินีน)
Proline (โปรลีu)
Tryptophan (ทริปโตเฟน)

ทรีโตพลัส เพิ่มการเจริญเติบโตของต้นและใบ

เป็นสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชที่ได้จากสาหร่ายทะเล  Aseophyllum nodosum

  • แตกแขนงดี  
  • ต้นใหญ่  
  • ใบใหญ่  
  • กิ่งใหญ่

คุณสมบัติ

1.ส่งเสริมการแตกยอดอ่อน
2.ช่วยการเจริญเติบโตของใบ กิ่ง และ ต้น
3.รากแตกดี เพิ่มการเจริญเติบโต เพิ่มความสมบูรณ์
4.ช่วยในการควบคุมการแบ่งเซลล์ การสร้างคาร์โบไฮเดรต  (แป้งและน้ำตาล)โปรตีนและคลอโรฟิลล์
5.ช่วยในการดูดซึมน้ำและธาตุอาหารต่างๆ
6.ทำให้พืชลดอาการขาดน้ำในฤดูแล้งและน้ำมากเกินความจำเป็น  ในฤดูฝน
7.ช่วยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงเครียด เช่น ช่วงออกดอก  ติดผลช่วงแตกใบอ่อน ช่วงอากาศหนาว
8.ช่วยฟื้นสภาพต้นหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต หรือพืชประสบกับ  สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม

ทรีโตพลัส ส่งเสริมการออกดอก

เป็นสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชที่ได้จากสาหร่ายทะเล  Aseophyllum nodosum
น้ำตาลและกรดอินทรีย์   แมนทิทอล (Mannital) ,  
                                อัลจีนิค แอซิค (Alginic acid) , 
                                ลามินาริน (Laminarin) ,  
                                น้ำตาลต่างๆ (Other Suger)

ประโยชน์

  • เร่งดอกช่วยในการกระตุ้น
  • การออกดอก
  • เปิดตาดอก
  • ออกดอกไว
  • ช่อใหญ่
  • ติดผลดก
  • เปิดตาดอก
  • ออกดอกไว

1. ส่งเสริมการแตกตาดอกอย่างสมบูรณ์และสม่ำเสมอ ดอกแข็งแรง
2. เร่งการเจริญเติบโตของผลอ่อนและขยายผลโต รูปทรงดี
3. รากแตกดี เร่งการเจริญเติบโต เพิ่มความสมบูรณ์
4. ช่วยในการควบคุมการแบ่งเซลล์ การสร้างคาร์โบไฮเดรต (แป้งและน้ำตาล)  โปรตีนและคลอโรฟิลล์
5. ช่วยในการดูดซึมน้ำและธาตุอาหารต่างๆ
6. ทำให้พืชลดอาการขาดน้ำในฤดูแล้ง และน้ำมากเกินความจำเป็นในฤดูฝน
7. ช่วยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงเครียด เช่น ช่วงออกดอก ติดผล ช่วงแตกใบอ่อน ช่วงอากาศหนาว
8. ช่วยฟื้นสภาพต้นหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต หรือพืชประสบกับ
สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม

เบรคดี
ผลิตภัณฑ์สารเพิ่มประสิทธิภาพพืช

      เป็นสารเสริมประสิทธิภาพ การดูดซับธาตุอาหารพืช เร่งการสะสมของอาหารให้มีความพร้อมในการออกดอก
และติดผลลดปัญหาการแตกใบอ่อน เร่งใบแก่ พืชสามารถดูดซับเข้าทางปากใบพืชได้อย่างรวดเร็ว

ประโชยน์

  • เร่งใบแก่
  • หยุดใบอ่อน
  • เพิ่มการออกดอก
  • เพิ่มการสะสมอาหาร
  • หยุดยอด ชะลอการเติบโตของยอด
  • ชะลอการแบ่งเซลล์และยืด  ตัวของเซลล์

 

เอวี เค  

          ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้

ไนโตรเจนทั้งหมด (N) ............................................................................  4%
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2 O5 ) ......................................................... 24%
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2 O) .............................................................. 24%

ประโยชน์

          พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้โดยทางรากและทางใบช่วยเสริมสร้างให้พืชออกดอก
และติดผลได้ดี

  • สะสมอาหาร
  • สะสมแป้ง
  • คาร์โบไฮเดรต

พืชที่แนะนำให้ใช้

วี เอ็น

          ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้

ไนโตรเจนทั้งหมด (N) .......................................................................................................... 20%
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5 ) .........................................................................................  4%
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) ..............................................................................................  4%

ประโยชน์

          สามารถละลายน้ำได้และพืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารเข้าทางรากและทางใบ
ช่วยเสริมสร้างให้พืชออกดอก และติดผลได้ดี

พืชที่แนะนำให้ใช้

เอวี พี

          ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้

ไนโตรเจนทั้งหมด (N) ...................................................................................  6%
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5 ) ................................................................ 24%
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) .....................................................................  6%

ประโยชน์

          พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้โดยทางรากและทางใบ ใช้ในช่วงออกดอก ช่วยเสริม
สร้างการออกดอกและเพิ่มความสมบูรณ์ของดอก ทำให้ออกดอกสม่ำเสมอ ไม่หลุดร่วงง่าย

  • สะสมอาหาร
  • สร้างตาดอก
  • ช่วยให้พืชออกดอกได้เร็วขึ้น

พืชที่แนะนำให้ใช้

ไลออน์ โกลด์
แคลเซียมเม็ด บำรุงต้น บำรุงดอก บำรุงผล 

ประโยชน์

  • ขยายลำต้น กิ่ง ให้ใหญ่แข็งแรง
  • ทำให้ใบใหญ่ เขียว หนา สมบูรณ์
  • ช่วยให้พืชออกดอกและติดผลง่าย
  • เพิ่มความเขียวและความสมบูรณ์ของใบพืช
  • ส่งเสริมการเจริญเติบโตและช่วยต้านทานโรคพืช
  • ป้องกันโรคยางไหลในมังคุด
  • ป้องกันโรคกุ้งแห้งเทียมในพริก
  • ป้องกันโรคเถาแตกในพืชตะกูลแตง

แมนแมน

          ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย

ปริมาณธาตุอาหารเสริม  : โบรอน (B) .............................................................................. 2%

ประโชยน์

          ช่วยในการผสมเกสรได้ดี ป้องกันเมล็ดลีบ เพิ่มน้ำหนัก ทำให้พืชนำธาตุโพแทสเซียมและธาตุแคลเซียมไปใช้ได้ดีขึ้น มีบทบาทในการย่อยและสังเคราะห์โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตจำเป็นในการแบ่งเซลล์พืชช่วยการขนย้ายน้ำตาลทางท่ออาหารในพืช จำเป็นสำหรับการงอกของละอองเรณู และการเจริญของท่อนิวเคลียสของเรณู มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูดและคายน้ำ และการสังเคราะห์แสง

  • ป้องกันเมล็ดลีบ
  • ช่วยในการผสมเกสรได้ดี
  • ช่วยเพิ่มน้ำหนัก
  • ช่วยการขนย้ายน้ำตาลทางท่ออาหารในพืช

พืชที่แนะนำให้ใช้

เอวี โปร

          ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม

ปริมาณธาตุอาหารรอง  :  แคลเซียม (CaO) ....................................................................  6%
ปริมาณธาตุอาหารเสริม  :  โบรอน (B) ...........................................................................0.2%

ประโยชน์

          ป้องกันการขาดธาตุแคลเซียมและโบรอน ช่วยในการแบ่งเซลล์และการงอกของเกสรตัวผู้
ให้งอกเข้าไปผสมกับไข่ของเกสรตัวเมีย ช่วยเพิ่มปริมาณการติดผลต่อช่อ รวมทั้งช่วยขยายขนาดของผล
และสามารถป้องกันไม่ให้ผล  เถา  หรือฝักแตก  ทำให้เนื้อแน่น  ป้องกันแกนไส้นิ่ม  รสชาติและสีดีขึ้น
ช่วยในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลจาก ลำต้น ใบ มาสู่ผล และเมล็ด สามารถเก็บสะสมอาหาร ผลมีการพัฒนา
เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ หลุดปัญหาการหลุดร่วงได้

  • ช่วยผสมเกสร
  • ทำให้ออกดอกสม่ำเสมอ
  • ทำให้ดอกสมบูรณ์ แข็งแรง
  • ชะลอการบานของดอกก่อนกำหนด

พืชที่แนะนำให้ใช้

เอวี ซี

          ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้

ไนโตรเจนทั้งหมด (N) ........................................................................................................... 13%
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5 ) ......................................................................................... 13%
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) ............................................................................................. 13%

ประโยชน์

          พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้โดยทางรากและทางใบช่วยเสริมสร้างให้พืช
เจริญเติบโตเร็วและติดดอกออกผล

  • ขยายกิ่ง
  • ขยายต้น
  • บำรุงใบ

พืชที่แนะนำให้ใช้

เอวี-พลัส

ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ    ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม

ปริมาณธาตุอาหารรอง       : แมกนีเซียม (MgO) ............................................ 3%
ปริมาณธาตุอาหารเสริม     :  แมงกานีส (Mn) ................................................ 1%
                                       สังกะสี (Zn) ..................................................... 5%
 

ประโยชน์

     องค์ประกอบของออกซิน (auxin) ช่วยในการสร้างตายอด และตาดอกของพืช เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ เพิ่มการสังเคราะห์แสง ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน ทำให้พืชสร้างแป้ง และน้ำตาลมากขึ้น  เพิ่มการสร้างคลอโรฟิลล์ ทำให้ใบเขียวเข้ม ใบหนา ช่วยให้พืชทนหนาวได้ดี แก้อาการใบแก้ว ใบลายในส้ม มะนาว และแก้อาหารขาดธาตุสังกะสี

  • ช่วยสังเคราะห์แสง และสะสมอาหาร
  • แก้ปัญหาการขาดธาตุสังกะสี และแมกนีเซียม
  • แก้ปัญหาโรคใบแก้ว ใบลาย ในพืชตระกูลส้ม

พืชที่แนะนำให้ใช้

ไรอั้น

 ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย  
ปริมาณธาตุอาหารเสริม   : สังกะสีที่ละลายน้ำ        (Zn) ................................................ 1%

 

ประโยชน์

         เกี่ยวข้องในการสร้างสารควบคุมการเจริญเติบโต (Auxin) ที่ปลายยอด ช่วยให้พืชแตกตาดอก
และ ตายอด เพิ่มคุณภาพของผลผลิต แก้ปัญหาการขาดธาตุสังกะสี แก้อาการใบแก้ว ใบลายในส้ม ช่วยให้
พืชทนทานต่อสภาวะอากาศหนาวได้ดีขึ้น

  • เร่งใบแก่
  • หยุดใบอ่อน
  • เพิ่มการออกดอก
  • เพิ่มการสะสมอาหาร

 

 เอวี มิกซ์ 
ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม

คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดผง ประกอบไปด้วยปริมาณธาตุอาหารรอง ดังนี้

       แมกนีเซียมที่ละลายน้ำ (Mg)...................................... 5%

ปริมาณธาตุอาหารเสริมดังนี้
       เหล็กที่ละลายน้ำ (Fe)…........................................... 3%
       แมงกานีสที่ละลายน้ำ (Mn)…..................................... 3%
       ทองแดงที่ละลายน้ำ (Cu)…....................................... 1%
       สังกะสีที่ละลายน้ำ (Zn)…......................................... 1%
       โบรอนที่ละลายน้ำ (B)…........................................ 0.4%
       โมลิบดีนัมที่ละลายน้ำ (Mo)….................................. 0.1%

ประโยชน์  เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิล์ที่พืชใช้ในการสังเคราะห์แสง ช่วยให้ใบพืชมีสีเขียวเข้ม ใบหนา ช่วยในการเจริญเติบโตของต้นพืช เป็นองค์ประกอบของออกซิเจน ช่วยในการสร้างตายอด และตาดอก เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ เพิ่มการสังเคราะห์แสง เป็นตัวสำคัญในกระบวนการหายใจของพืช ทำให้พืชใช้ธาตุเหล็ก ธาตุโพเทสเซียม และธาตุแคลเซียมไปใช้ได้ดีขึ้น ช่วยในการทำงานของเอนไซนม์ ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนทำให้พืชสร้างแป้งและน้ำตาลมากขึ้น ช่วยในการผสมเกสร ป้องกันเมล็ดลีบ เพิ่มน้ำหนัก ช่วยให้พืชทนหนาวได้ดี แก้อาการใบแก้ว ใบลายใน ส้ม มะนาว และแก้อาการขาดธาตุสังกะสี 

วีจิ

          ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ สูตร 15-5-0
ประกอบด้วย  
ปริมาณธาตุอาหารรับรอง   :  
          ไนโตรเจนทั้งหมด  (N) ........................................................ 15%
          ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์  (P2O5 ) ........................................ 5%
          โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) ............................................. 0%
ประโยชน์

          พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้โดยทางรากและทางใบ ช่วยเสริมสร้างให้พืชเจริญเติบโต
ของลำต้นและใบติดผลถูกต้องตามฤดูกาล และช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้แก่ลำต้นและใบ

คุณสมบัติ

  • สารช่วยกระตุ้น การเจริญเติบโต
  • ส่งเสริมการดูดซับธาตุอาหาร
  • เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตในพืช

 

ศรีสุข

          ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ
ธาตุอาหารรอง

ปริมาณธาตุอาหารรอง  :   แมกนีเซียม (MgO) ............................................ 2%
                                      กำมะถัน (S) ................................................. 0.2%

ประโยชน์

          ส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์  หรือสีเขียวที่พืชใช่ในการสังเคราะห์แสง  ช่วยให้ใบพืช
มีสีเขียวเข้ม มากขึ้น ช่วยในการสร้างพลังงาน ดูดซึมอาหารต่างๆ ไปใช้ได้มากขึ้น ช่วยในการเจริญเติบโต
ของต้นพืช และช่วยในการเคลื่อนย้ายธาตุฟอสฟอรัสในพืช ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช ช่วยสังเคราะห์
โปรตีน เพิ่มการสังเคราะห์แสง เพิ่มการสร้างแป้ง และน้ำตาล ช่วยเพิ่มรสชาติ สีสัน และความหวานให้แก่ผล
ช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพให้มากขึ้น ช่วยในการสร้างน้ำมันในพืช และกลิ่นสำหรับพืชบางชนิด

  • ช่วยเพิ่มผลผลิต
  • ช่วยเพิ่มสีและกลิ่น
  • ช่วยสังเคราะห์โปรตีน
  • ช่วยในการเจริญเติบโต

 

เอ ทรู

          ธาตุอาหารรอง เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย  
ปริมาณธาตุอาหารรอง     

                        แคลเซียม   (CaO).............................................................. 3%

ประโยชน์

          เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ ที่พืชใช้ในการสังเคราะห์แสง ช่วยให้ใบพืชมีสีเขียวเข้ม ช่วยในการ ดูดซึมอาหารต่างๆ ได้มากขึ้น ช่วยในการเจริญเติบโตของต้นพืช พืชทั้งยังเป็นโครงสร้างผนังเซลล์ของพืช ทำให้พืชมีความแข็งแรง และยังช่วยในการสร้างโปรตีน  ช่วยขยายขนาดของผล และป้องกันไม่ให้ผล เถา หรือฝักแตก ทำให้เนื้อแน่น ป้องกันแกนไส้นิ่ม รสชาติและสีดีขึ้น  ช่วยในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลจากลำต้น  ใบ มาสู่ผลและเมล็ด สามารถเก็บสะสมอาหาร ช่วยให้ผลมีการพัฒนาเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์

  • ลดการหลุดร่วงของผล
  • ป้องกันผลแตก ผลร่วง
  • ทนทานต่อสภาพอากาศ
  • ผลผลิตได้คุณภาพ

เอวัน

      ธาตุอาหารเสริม เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย  

ปริมาณธาตุอาหารเสริม  

สังกะสี         (Zn).................................................................................. 1%

ประโยชน์

          เป็นโครงสร้างผนังเซลล์ของพืช ทำให้พืชมีความแข็งแรง และยังช่วยในการสร้างโปรตีน ช่วยขยายขนาดของผล และป้องกันไม่ให้ผล เถา หรือฝักแตก ทำให้เนื้อแน่น ป้องกันแกนไส้นิ่ม รสชาติและสีดีขึ้น ลดปัญหาการหลุดร่วงได้  ทั้งยังเกี่ยวข้องในการสร้างสารควบคุมการเจริญเติบโต  ที่ปลายยอด  ช่วยให้พืช แตกตาดอกและ ตายอด เพิ่มคุณภาพของผลผลิต แก้ปัญหาการขาดธาตุสังกะสี แก้อาการใบแก้ว ใบลายในส้ม ช่วยให้พืชทนทานต่อสภาวะอากาศหนาวได้ดีขึ้นอีกด้วย 

  • ลดการหลุดร่วงของดอก
  • ช่วยให้การผสมเกสรดอกสมบูรณ์
  • ยืดระยะการผสมเกสรให้นานขึ้น
  • ทำให้ขั้วดอก เหนียว
  • ทนทานต่อสภาพอากาศ

เอวี ซิงค์

          ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย  
ปริมาณธาตุอาหารเสริม   :    สังกะสี  (Zn) .................................................................... 8%

ประโยชน์

          เกี่ยวข้องในการสร้างสารควบคุมการเจริญเติบโต (Auxin) ที่ปลายยอด ช่วยให้พืชแตกตาดอก
และตายอด เพิ่มคุณค่าของผลผลิต ช่วยในการสังเคราะห์คลอโรฟ์ลล์ และแป้ง แก้ปัญหาการขาดธาตุสังกะสี
แก่อาการใบแก้ว ใบลายในส้ม ช่วยให้พืชทนทานต่อสภาวะอากาศหนาวได้ดี

  • แก้ใบแก้ว
  • เพิ่มความหวาน
  • ช่วยกันหนาว

เอ ท๊อป

ผลิตภัณฑ์สารเพิ่มประสิทธิภาพพืช

ใช้รักาาแผล ซ่อมเนื้อ สร้างเนื้อใหม่


ประโยชน์
1. ใช้รักษาแผล โคนเน่า ต้นเน่า กิ่งเน่า จากโรคเชื้อรา ไฟทอปธอร่า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ทำให้แผลแห้งเร็ว แผลปิดสนิทกันน้ำได้ มีส่วนช่วยในการซ่อมแซม   สร้างเนื้อเยื่อเปลือกของทุเรียนให้ปิดบาดแผลได้มากขึ้น

วิธีการใช้
ให้ถากเปลือก บริเวณที่เป็นโรคออก โดยเอาส่วนที่เป็นสีน้ำตาลฉ่ำน้ำออก จึงใช้ยาทาบริเวณ ที่ถากเปลือกออก ทาให้หนาพอสมควร 

สต๊อปเปอร์

สารชีวภัณฑ์ป้องกันโรคพืช

ประโยชน์ป้องกันโรค

  • โรคแอนแทรดโนส
  • โรคราน้ำค้าง
  • โรคเน่าคอดิน
  • โรคกาบใบเน่า
  • โรคเมล็ดด่าง
  • โรคยอดเน่า
  • โรคต้นเน่า
  • โรคใบขีดสีน้ำตาล

วิธีการใช้และอัตราส่วน

นาข้าว โรคกาบใบแห้ง (Sheath blight) เชื้อ สาเหตุ Rhizoctonia solani CFrank) Dand ใช้ในอัตรา 10-15 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วในแปลงปลูกข้าว เมื่อข้าวอายุ 60-70 วัน โดยเเบ่งจำนวนการฉีดพ่นห่างกันประมาณ 7 วัน โรคเมล็ดด่าง (Dirty-panicle) เชื้อสาเหตุ Helminthosporium oryzae และโรคใบขีดสีน้ำตาล (Narrow brownspo0) เชื้อสาเหตุ Cercospora oryzac ใช่ในอัตรา 10-15 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงปลูกข้าว เมื่อข้าวอยู่ในระยะตั้งท้อง (midbooting) และข้าวเริ่มออกรวงฉีดพ่น จำนวน 2 ครั้ง 

ไม้ผล เช่น สัม ทุเรียน มะม่วง มังคุด เงาะ ลำไย ลางสาด ดิ้นจี่ ลางสาด ลองกอง มะนาว น้อยหน่า ฯลฯ ใช้อัตรา 20-30 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร 

พืชผัก เช่น พริก มะเขือ มะเขือเทL คะน้า กะหล่ำปลี ผักกาด กะหล่ำดอก ถั่วฝักยาว แตงกวา หอม กระเทียม มันเทศ มันฝรั่ง ฯลฯ ใช้อัตรา 20-30 ซีชี. ต่อน้ำ 20 ลิตร

วี ลีนเนอร์

คุณสมบัติ  :  เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย  
ปริมาณธาตุอาหารเสริม   :   สังกะสีที่ละลายน้ำ     (Zn) .................................................... 2 %

ประโยชน์

            เกี่ยวข้องในการสร้างสารควบคุมการเจริญเติบโต (Auxin) ที่ปลายยอด ช่วยให้พืชแตกตาดอก
และตายอด เพิ่มคุณค่าของผลผลิต ช่วยในการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ และแป้ง แก้ปัญหาการขาดธาตุสังกะสี แก้อาการใบแก้ว ใบลายในส้ม ช่วยให้พืชทนทานต่อสภาวะอากาศหนาวได้ดี

  • แก้ปัญหาใส้แตกในแตงโม
  • เร่งความหวานเพิ่มคุณภาพเนื้อผล
  • ลดปัญหาการหลดร่วงของผล
  • เพิ่มความแข็งแรง
  • กำจัดเชื้อรา
  • ผิวผลสวย

เอวี แบ็ค

สารช่วยเสริมประสิทธิภาพยาฆ่าเชื้อสูตรพิเศษที่ออกแบบ สูตรเพื่อช่วยให้ยากำจัดเชื้อ ออกฤทธิ์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยกลไกการทำงานของ เอวี-แบ็ค จะเข้าไปเคลือบกับยาทำให้ยาสามารถเกาะติดกับใบพืชและสัมผัสกับเชื้อได้นานขึ้น และทั่วถึง

คุณสมบัติพิเศษ

สารชีวภัณฑ์ สูตรเข้มข้น ป้อกกันกำจัดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส

ประโยชน์

  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพยาในกลุ่มที่ใช้กำจัดเชื้อ Xanthomonas ที่เป็นสาเหตุของโรคแคงเกอร์ ในส้ม และมะนาว
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพยาในกลุ่มที่ใช้กำจัดโรคใบแห้งเน่าดำ โรคเน่าเละ โรคโคนเน่า ในผักกาด ผักคะน้า ซึ่งเกิดจากเชื่อแบคทีเรีย
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพยาในกลุ่มที่ใช้รักษาโรคในไม้ดอกไม้ประดับ เช่น โรคราสีเทา โรคเน่า โรคเน่าคอดิน โรคราดำ ราแป้ง แอนแทรกโนสในกุหลาบ
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพยากำจัด ตะไคร่น้ำ ตามโรงเรือน วัสดุปลูก ลำต้นไม้

เอวี พาวเวอร์

    เป็นสารแผ่กระจายชนิดสังเคราะห์ที่มีตัวทำละลายอย่างดี ประกอบด้วย  สารจับเกาะและสารแผ่กระจายบนผิวพืช  ช่วยเป็นสารเสริมฤทธิ์และเพิ่มประสิทธิภาพของสารกำจัดแมลง ทำให้น้ำยาแผ่กระจายได้ทั่วใบพืชติดผิวพืชได้ดี แน่นอน  และลดการสูญเสียของสารเคมีอันเนื่องจากฝนชะล้าง ปลอดภัย ต่อสิ่งแวดล้อม ละลายตัวตามธรรมชาติ 

  • ลดแรงตึงผิวใบ
  • ลดการชะล้างของน้ำฝน
  • ช่วยให้สารเกาะติดใบและผลแน่น

อัตราและวิธีการใช้

    ใช้ เอวี พาวเวอร์ อัตรา 1-2 ซีซี. ผสมน้ำ 20 ลิตรโดยร่วมกับอาหารเสริมพืชและสารกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี ช่วยเสริมประสิทธิภาพของตัวยา ได้ดียิ่งขึ้น  สามารถผสมกับสารกำจัดวัชพืชเพื่อเสริมฤทธิ์ในการดูดซึมเข้าสู่ปากใบ และจับติดใบพืชได้อย่างรวดเร็วภายใน 30 วินาทีหลังฉีดพ่น

แดงกินรี

คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย 

ปริมาณธาตุอาหารรอง
แคลเซียมที่ละลายน้ำ (Ca) ......................................................................................... 4%

ประโยชน์

       เป็นโครงสร้างผนังเซลล์ของพืช ทำให้พืชมีความแข็งแรง และช่วยในการสร้างโปรตีน ช่วยขยายขนาดของผล และป้องกันไม่ให้ผล เถา หรือผักแตก ทำให้เนื้อแน่น ป้องกันแกนไส้นิ่ม รสชาติและสีดีขึ้น ช่วยในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลจากลำต้น ใบมาสู่ผล และเมล็ด สามารถเก็บสะสมอาหาร ผลมีการพัฒนาเจริญเติบโต ได้อย่างสมบูรณ์ ลดปัญหา การหลุดร่วงของผลได้

  • ผลดกใหญ่ 
  • เนื้อแน่น 
  • น้ำหนักถี 
  • ช่วยเร่งสี 
  • เพิ่มความหวาน

ฟรุ๊ต-โตะ

คุณสมบัติ    เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ         

ประกอบด้วย 
ปริมาณธาตุอาหารรอง
แมกนีเซียมที่ละลายน้ำ (Mg) ............................................................................. 1%
แคลเซียมที่ละลายน้ำ (Ca) ................................................................................ 3%

คุณสมบัติพิเศษ

  • เสริมสร้างเนื้อผล เพิ่มน้ำตาล
  • ขยายผลอ่อน
  • สร้างแป้ง สร้างน้ำตาล
  • สะสมอาหาร
  • แป้งแน่นเหนียวแห้ง
     

ประโยชน์

          ประกอบด้วยธาตุอาหารรอง เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ ช่วยให้ใบเขียวเข้ม ใบหนา เพิ่มการสังเคราะห์แสง ช่วยให้ใบพืชมีสีเขียวเข้ม ช่วยในการสร้างพลังงาน  ดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ไปใช้ได้มากขึ้น ช่วยในการเคลื่อนย้ายธาตุฟอสฟอรัสในพืช ช่วยในการสร้างโปรตีนช่วยขยายขนาดของผล ช่วยป้องกันผล เถาหรือฝักแตก ฝักฝ่อ ทำให้เนื้อแน่น ปองกันแกนไส้นิ่มเพิ่มการสะสมอาหารในต้นพืช รสชาติและสีดีขึ้น ทำให้พืชเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ลดการหลุดร่วงของผล ป้องกันอาการขาดแมกนีเซียม และแคลเซียมในพืช

เอวี แคล

          ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม ดังนี้

          ธาตุอาหารรอง
แมกนีเซี่ยม (MgO) ............................................................................  1%
แคลเซี่ยม (Cao ) ............................................................................... 10%
          ธาตุอาหารเสริม
โบรอน (B) .......................................................................................  0.2%

ประโยชน์

          ประกอบด้วยธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ หรือสีเขียวที่ใช้ในการสังเคราะห์แสง ช่วยให้ใบพืชมีสีเขียวเข้มมากขึ้น ดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ไปใช้ได้มากขึ้น ช่วยในการผสมเกสร ป้องกันเมล็ดลีบ เพิ่มน้ำหนัก ช่วยในการย่อยและสังคราะห์โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต ที่จำเป็นในการแบ่งเชลล์ ช่วยขยายขนาดของผล ป้องกันการแตกของผล ฝักฝ่อ ไม่นิ่ม เพิ่มการสะสมอาหารในต้นพืช  ป้องกันอาการขาดแมกนีเซียม แคลเซียมและโบรอนในพืช

  • ช่วยผสมเกสร
  • ป้อกันผลร่วง
  • เร่งเพิ่มและขยายผล
  • ลงหัวแน่น
  • ป้องกันผลแตก
  • ต้นเขียวสวย

 

 

 

 

 

วี รอน ซูเปอร์

          ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย 
     ปริมาณธาตุอาหารเสริม : โบรอน (B) ................................................................... 4%

ประโยชน์

ช่วยใการผสมกสร ได้ดี ป้องกันเมล็ดลีบ เพิ่มน้ำหนัก ทำให้พืชนำธาตุโพแทสเซียมและธาตุแคลเซียมไปใช้ได้ดีขึ้น มีบทบาทในการย่อยและสังคราะห์โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต จำเป็นในการแบ่งเซลล์พืชช่วยการขนย้ายน้ำตาลทางท่ออาหารในพืช จำเป็นสำหรับการงอกของละอองเรณู และการจริญของท่อนิวเคลียสของเรณู มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูดและคายน้ำ และการสังเคราะห์แสง

  • ป้องกันใส้กลวงใส้เเตกของผักเเละผลไม้
  • ส่งเสริมการงอกของเกสรตัวผู้
  • ช่วยเพิ่มสมดุลย์ในการขยายขนาดผล
  • ช่วยป้องกันผลหลุดร่วง เพิ่มจำนวนผลต่อช่อ
  • ช่วยเพิ่มการติดผล เเละเมล็ด
  • เพิ่มความหวานเเละคุณภาพเนื้อผล
  • ช่วยในการเคลื่อนย้ายธาตุเเคลเชียม
  • จำเป็นต่อการเเบ่งเซลล์ ป้องกันใส้กลวงในพืชตระกูลกระหล่ำ

ทรีโตไลท์

หัวเชื้ออาหารเสริมชนิดเข้มข้น เหมาะสำหรับพืชผักและนาข้าว เสริมสร้างการแบ่งเซลล์พืช ส่งเสริมการแตกแขนง และตาดอก ตามใบของพืชในระยะต้นเล็ก

คุณสมบัติพิเศษ

สามารถแช่เมล็ดก่อนการปลูกหรือเพาะ เพื่อเริ่งการงอก และ ทำให้ต้นแข็งแรง สามารถใช้แทนปุ๋ยยูเรียได้ โดยไม่ทำให้พืชแสดง อาการเฝือใบไม่ติดผล เร่งการออกรวงของข้าว เพิ่มน้ำหนัก เร่งการสุกของข้าวและลดการใช้ปุ๋ยเคมี และเพิ่ม ผลผลิตได้อย่างดี

ประโยชน์

  • เร่งการเจริญเติบโต และแตกแขนงเพิ่มมากขึ้น
  • ทนต่อการเข้าทำลายของโรคและแมลง
  • ฟื้นฟูสภาพดินและสภาพต้น
  • เก็บผลผลิตได้เร็วขึ้น
  • ลดการใช้ปุ๋ยเคมี

วิธีการใช้และอัตราส่วน

 

มิโนทรี

อะมิโน+วิตามินชนิดเข้มข้น เสริมสร้างการติดตาผลอ่อน ทำให้ช่อดอกสมบูรณ์ รังไข่ดอกตัวเมียมีรูปทรงสวยสมบูรณ์

คุณสมบัติพิเศษ

เป็นวิตามิน+ธาตุอาหารเสริม และอะมิโนอ่อนๆของพืช ช่วยบำรุง ต้นและใบ ทำให้ต้น-ใบ เขียวสดทนทานป้องกันการร่วงของดอกและผล ทำให้ดอกดก ดอกใหญ่  สีสดสวย ช่วยในการแตกตาดอก แตกยอด แตกใบอ่อน สร้างใบใหม่ ลดการใช้ปุ๋ยยูเรีย ทำให้เขียวทนป้องกันดอก และผลร่วง พืชกินใบ ทำให้กอใหญ่ ใบสวย เพิ่มความแข็งแรง ต้านทาน โรคและแมลง เพิ่มแป้ง เพิ่มน้ำหนัก เร่งการลงหัว เร่งสีใช้ได้กับพืชผัก ทุกชนิด ผักบุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว แตงโม มะระ ผักชี หน่อไม้ฝรั่ง ไม้ผล เช่น มะม่วง มะนาว ส้ม ทุเรียน เงาะ มังคุด มะไฟ ลองกอง สละ ฝรั่ง องุ่น ไม้ดอกเเละ ไม้ประดับ เช่น ดาวเรือง กุหลาบ แพงพวย นาข้าว ฯลฯ

วิธีการใช้และอัตราส่วน

ทรีโตพลัส

สาหร่ายทะเลสีเขียวสูตรเข้มข้นสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชที่ได้จากสาหร่ายทะเล
 Aseophyllum nodosum

คุณสมบัติ

  • ส่งเสริมการแตกตาดอกอย่างสมบูรณ์และสม่ำเสมอ ดอกแข็งแรง
  • เร่งการเจริญเติบโตของผลอ่อนและขยายผลโต รูปทรงดี
  • รากแตกดี เร่งการเจริญเติบโต เพิ่มความสมบูรณ์
  • ช่วยในการควบคุมการแบ่งเซลล์ การสร้างคาร์โบไฮเดรต (แป้งและน้ำตาล)  โปรตีนและคลอโรฟิลล์
  • ช่วยในการดูดซึมน้ำและธาตุอาหารต่างๆ
  • ทำให้พืชลดอาการขาดน้ำในฤดูแล้ง และน้ำมากเกินความจำเป็นในฤดูฝน
  • ช่วยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงเครียด เช่น ช่วงออกดอก ติดผล ช่วงแตกใบอ่อน ช่วงอากาศหนาว
  • ช่วยฟื้นสภาพต้นหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต หรือพืชประสบกับสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม

มิโนทรี ไม้ผล

อะมิโน+วิตามินชนิดเข้มข้น เสริมสร้างการติดตาผลอ่อน ทำให้ช่อดอกสมบูรณ์ รังไข่ดอกตัวเมียมีรูปทรงสวยสมบูรณ์

  • ช่วยบำรุงต้นและใบ ทำให้ต้น-ใบ เขียวมนทาน
  • ป้องกันการร่วงของดอกและผล
  • ช่วยในการแตกตาดอก ทำให้เขียวทน
  • ลดการใช้ปุ๋ยยูเรีย ทำให้เขียวทน
  • เพิ่มความแข็งแรง ต้านทานโรคและแมลง
  • เพิ่มแป้ง เพิ่มน้ำหนัก เร่งการลงหัว เร่งสี

คุณสมบัติพิเศษ

เป็นวิตามิน+ธาตุอาหารเสริม และอะมิโนอ่อนๆของพืช ช่วยบำรุง ต้นและใบ ทำให้ต้น-ใบ เขียวสดทนทานป้องกันการร่วงของดอกและผล ทำให้ดอกดก ดอกใหญ่  สีสดสวย ช่วยในการแตกตาดอก แตกยอด แตกใบอ่อน สร้างใบใหม่ ลดการใช้ปุ๋ยยูเรีย ทำให้เขียวทนป้องกันดอก และผลร่วง พืชกินใบ ทำให้กอใหญ่ ใบสวย เพิ่มความแข็งแรง ต้านทาน โรคและแมลง เพิ่มแป้ง เพิ่มน้ำหนัก เร่งการลงหัว เร่งสีใช้ได้กับพืชผัก ทุกชนิด ผักบุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว แตงโม มะระ ผักชี หน่อไม้ฝรั่ง ไม้ผล เช่น มะม่วง มะนาว ส้ม ทุเรียน เงาะ มังคุด มะไฟ ลองกอง สละ ฝรั่ง องุ่น ไม้ดอกเเละ ไม้ประดับ เช่น ดาวเรือง กุหลาบ แพงพวย นาข้าว ฯลฯ

 

โฟชัว

คุณสมบัติ
เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย  
ปริมาณธาตุอาหารรับรอง   :

ไนโตรเจนทั้งหมด                      (N) .........................................   7%
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์            (P2O5) ...................................... 15%
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ              (K2O) ....................................... 20%

ประโยชน์

  พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้โดยทางรากและทางใบ ช่วยเสริมสร้างให้พืชออกดอก
และติดผลได้ดี

 

ฮิวมิก เอวี พลัส

ธาตุอาหารที่สามารถดูดซึมและนำไปใช้ ทั้งทางใบ และทางราก ช่วยฟื้นฟูระบบรากไหม่ ส่งเสริมการแตก ยอดอ่อน ปรับปรุงโครงสร้างดิน

คุณสมบัติพิเศษ

ปรับปรุงคุณภาพของดิน ป้องกันดินเสื่อมสภาพ เสริมสร้างระบบรากฝอยของพืช

ประโยชน์

  • ปรับปรุงโครงสร้างของดินให้ร่วนซุย ระบายน้ำ และถ่ายเทอากาศได้ดี
  • กระตุ้นการแตกรากใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และแข็งแรง
  • ส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในดินที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
  • ช่วยจับยึดธาตุอาหารที่ใส่ลงในดิน และค่อยๆ ปลดปล่อยให้รากพืช
  • ช่วยรักษาความชื้นในดิน โดยที่น้ำในดินระเหยออกจากดินได้ช้าลง
  • ช่วยให้พืชออกดอกออกผล อย่างสม่ำเสมอ
  • พืชแข็งแรง และโตเร็ว