|
หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก, พืชไร่, นาข้าว
|
สารอาหารพืช, ไม้ผล, พืชผัก
|
|
รายละเอียดผลิตภัณฑ์
|
วี รอน ซูเปอร์
ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย
ปริมาณธาตุอาหารเสริม : โบรอน (B) ................................................................... 4%
ประโยชน์
ช่วยใการผสมกสร ได้ดี ป้องกันเมล็ดลีบ เพิ่มน้ำหนัก ทำให้พืชนำธาตุโพแทสเซียมและธาตุแคลเซียมไปใช้ได้ดีขึ้น มีบทบาทในการย่อยและสังคราะห์โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต จำเป็นในการแบ่งเซลล์พืชช่วยการขนย้ายน้ำตาลทางท่ออาหารในพืช จำเป็นสำหรับการงอกของละอองเรณู และการจริญของท่อนิวเคลียสของเรณู มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูดและคายน้ำ และการสังเคราะห์แสง
- ป้องกันใส้กลวงใส้เเตกของผักเเละผลไม้
- ส่งเสริมการงอกของเกสรตัวผู้
- ช่วยเพิ่มสมดุลย์ในการขยายขนาดผล
- ช่วยป้องกันผลหลุดร่วง เพิ่มจำนวนผลต่อช่อ
- ช่วยเพิ่มการติดผล เเละเมล็ด
- เพิ่มความหวานเเละคุณภาพเนื้อผล
- ช่วยในการเคลื่อนย้ายธาตุเเคลเชียม
- จำเป็นต่อการเเบ่งเซลล์ ป้องกันใส้กลวงในพืชตระกูลกระหล่ำ

|
ปุ๋ยเกร็ด 10-20-30
ปุ๋ยเกล็ดสูตร 10-20-30 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก 3 ชนิด คือ ไนโตรเจน (N) 10%, ฟอสฟอรัส (P2O5) 20%, และโพแทสเซียม (K2O) 30% โดยมีสัดส่วนของโพแทสเซียมสูงที่สุด ทำให้มีประโยชน์อย่างยิ่งในช่วงที่พืชกำลังสร้างผลผลิตและต้องการบำรุงคุณภาพของผลผลิต
ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 10-20-30
-
เร่งการสร้างผลผลิตและเพิ่มคุณภาพ: สัดส่วนของฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่สูงช่วยส่งเสริมการสร้างผล สร้างหัว และเมล็ด ทำให้พืชมีผลดกและผลผลิตมีคุณภาพดี
-
เพิ่มขนาดและน้ำหนักผล: โพแทสเซียมในปริมาณสูงเป็นตัวช่วยสำคัญในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลและสารอาหารจากใบไปสู่ผล ทำให้ผลไม้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีน้ำหนักมากขึ้น และมีรสชาติหวานอร่อย
-
เพิ่มสีและรสชาติ: โพแทสเซียมมีบทบาทในการสร้างสีสันของดอกและผลไม้ ทำให้ดอกมีสีสวยสด และผลไม้มีสีสันน่ารับประทาน
-
ลดความชื้นในผลและหัว: ช่วยลดความชื้นในผลผลิต ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวได้นานขึ้น และเหมาะสำหรับพืชหัวที่ต้องการความแน่นของเนื้อ
-
บำรุงต้นให้สมบูรณ์: แม้จะเน้นการบำรุงผล แต่ไนโตรเจน 10% ก็เพียงพอต่อการบำรุงต้นให้แข็งแรงสมบูรณ์ไปพร้อมกับการสร้างผลผลิต
-
ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถใช้ได้กับพืชหลากหลายชนิด ทั้งไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก และพืชหัว โดยสามารถนำไปละลายน้ำเพื่อฉีดพ่นทางใบหรือใช้กับระบบน้ำหยดได้
อัตราการใช้
อัตราการใช้ปุ๋ย 10-20-30 อาจแตกต่างกันไปตามชนิดของพืชและวัตถุประสงค์ แต่โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงดังนี้
-
ฉีดพ่นทางใบ: ใช้อัตรา 50-150 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วทั้งใบและทุกส่วนของพืช และควรพ่นทุกๆ 7-10 วัน
-
พืชทั่วไป (แตง, ถั่วฝักยาว, มะเขือ, ผักกาดหอม, ไม้ดอกไม้ประดับ, ไม้ผล): ใช้อัตรา 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
-
พืชผักตระกูลกะหล่ำ: ใช้อัตรา 100-150 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
-
พืชหัว (หอม, กระเทียม, แครอท, มันฝรั่ง, สับปะรด): ใช้อัตรา 100-150 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
ข้อควรระวัง:
-
ควรฉีดพ่นในช่วงที่พืชเริ่มออกดอกหรือเริ่มสร้างผลผลิต เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
-
ควรฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือเย็น หลีกเลี่ยงช่วงแดดจัดเพื่อป้องกันใบไหม้
-
เก็บปุ๋ยในที่แห้งและพ้นจากแสงแดดและความชื้น เพื่อคงคุณภาพของปุ๋ย
|
ปุ๋ยเกร็ด 10-50-10
ปุ๋ยเกล็ดสูตร 10-50-10 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก 3 ชนิด คือ ไนโตรเจน (N) 10%, ฟอสฟอรัส (P2O5) 50%, และโพแทสเซียม (K2O) 10% โดยมีสัดส่วนของฟอสฟอรัสสูงที่สุด ทำให้มีประโยชน์อย่างยิ่งในช่วงที่พืชต้องการสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตของรากและกระตุ้นการออกดอก
ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 10-50-10
-
เร่งการแตกรากและสร้างรากใหม่: ฟอสฟอรัสในปริมาณสูงช่วยส่งเสริมการสร้างและขยายระบบรากของพืชให้แข็งแรง ทำให้พืชสามารถดูดซึมน้ำและธาตุอาหารจากดินได้ดีขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพืชที่เพิ่งย้ายปลูก
-
กระตุ้นการออกดอก: ฟอสฟอรัสเป็นธาตุอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อกระบวนการสร้างดอกและผล ทำให้พืชออกดอกได้ดกและเร็วขึ้น
-
สะสมอาหารเพื่อการออกดอก: ช่วยให้พืชสะสมสารอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกดอกและสร้างผลผลิต
-
เพิ่มความแข็งแรงของพืช: แม้จะเน้นฟอสฟอรัส แต่ไนโตรเจนและโพแทสเซียมในปริมาณที่เหมาะสมก็ช่วยให้พืชมีความสมบูรณ์แข็งแรงโดยรวม และช่วยในกระบวนการขยายผลและเพิ่มคุณภาพ
-
ใช้งานได้หลากหลาย: เหมาะสำหรับพืชหลากหลายชนิด ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ (เช่น กล้วยไม้ กุหลาบ ชวนชม) ไม้ผล พืชผัก และพืชไร่
อัตราการใช้
อัตราการใช้ปุ๋ย 10-50-10 อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและผู้ผลิตแต่ละราย แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใช้อัตราดังนี้
-
ฉีดพ่นทางใบ: อัตราทั่วไปอยู่ที่ 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วทั้งใบและทุกส่วนของพืช และควรพ่นทุกๆ 7-10 วัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
-
สำหรับพืชผักและไม้ผล: ควรใช้ในช่วงที่พืชเริ่มแตกยอดอ่อน หรือในช่วงที่ต้องการกระตุ้นการออกดอก
-
สำหรับไม้ดอกไม้ประดับ: ใช้ในช่วงที่ต้องการเร่งการสร้างตาดอก
ข้อควรระวัง:
|
ปุ๋ยเกร็ด 11-0-41
ปุ๋ยเกล็ดสูตร 11-0-41 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลักเพียง 2 ชนิด คือ ไนโตรเจน (N) 11% และโพแทสเซียม (K2O) 41% โดยไม่มีฟอสฟอรัส (P) เลย ทำให้มีประโยชน์เฉพาะเจาะจงกับช่วงที่พืชต้องการการสะสมอาหารและการบำรุงคุณภาพของผลผลิต
ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 11-0-41
-
ระเบิดหัวและสร้างแป้ง: โพแทสเซียมในปริมาณสูงมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลและแป้งที่สังเคราะห์ได้จากใบไปเก็บสะสมไว้ในส่วนต่างๆ ของพืช โดยเฉพาะหัวและราก เหมาะสำหรับพืชหัว เช่น มันสำปะหลัง หรือพืชไร่อย่างข้าว
-
เพิ่มน้ำหนักและคุณภาพของผลผลิต: ช่วยให้ผลผลิตมีน้ำหนักดีขึ้น รวงเต่ง เมล็ดไม่ลีบแบน และเพิ่มเปอร์เซ็นต์แป้งหรือน้ำตาลในผลผลิต
-
เสริมสร้างความแข็งแรง: แม้จะไม่มีฟอสฟอรัส แต่ไนโตรเจน 11% ก็ยังคงช่วยให้พืชมีความแข็งแรงและสมบูรณ์
-
ช่วยให้พืชทนทานต่อสภาพแวดล้อม: โพแทสเซียมช่วยให้พืชทนทานต่อความแล้งและโรคได้ดีขึ้น
-
ใช้ในช่วงออกรวงและลงหัว: เหมาะสำหรับใช้ในช่วงที่พืชกำลังสร้างผลผลิตหรือลงหัว เพื่อเน้นการเพิ่มน้ำหนักและปริมาณแป้ง
-
ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถใช้ได้กับพืชหลากหลายชนิด โดยเฉพาะพืชที่ต้องการการสะสมแป้งและน้ำตาล เช่น ข้าว มันสำปะหลัง รวมถึงไม้ผลและพืชผัก
อัตราการใช้
อัตราการใช้ปุ๋ย 11-0-41 อาจแตกต่างกันไปตามชนิดของพืชและผู้ผลิตแต่ละราย แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใช้อัตราดังนี้
-
ฉีดพ่นทางใบ: อัตราทั่วไปอยู่ที่ 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วทั้งใบและทุกส่วนของพืช
-
สำหรับนาข้าว: นิยมใช้ในช่วงสร้างรวงและเบ่งรวง เพื่อให้รวงพุ่ง เม็ดเต่ง และมีน้ำหนักดี ใช้อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
-
สำหรับพืชหัว (เช่น มันสำปะหลัง): ใช้ในช่วงที่พืชกำลังลงหัวและสะสมแป้ง เพื่อช่วยระเบิดหัวให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
ข้อควรระวัง:
|
ปุ๋ยเกร็ด 20-20-20
ปุ๋ยเกล็ดสูตร 20-20-20 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก 3 ชนิดในปริมาณที่เท่ากัน คือ ไนโตรเจน (N) 20%, ฟอสฟอรัส (P2O5) 20%, และโพแทสเซียม (K2O) 20% จึงถูกเรียกว่า "ปุ๋ยสูตรเสมอ" และเป็นปุ๋ยที่สามารถใช้ได้กับพืชเกือบทุกชนิดในทุกระยะการเจริญเติบโต
ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 20-20-20
-
บำรุงพืชได้ครบทุกส่วน: ด้วยสัดส่วนธาตุอาหารที่สมดุล ปุ๋ยสูตรนี้ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชในทุกด้าน
-
ไนโตรเจน (N): ช่วยในการสร้างใบและลำต้น ทำให้พืชมีใบเขียวเข้มและเติบโตอย่างรวดเร็ว
-
ฟอสฟอรัส (P2O5): ช่วยในการสร้างรากให้แข็งแรง กระตุ้นการออกดอก และการสร้างเมล็ด
-
โพแทสเซียม (K2O): ช่วยในการสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงของพืชโดยรวม เพิ่มคุณภาพของผลผลิต (รสชาติ สี และขนาด) และช่วยให้พืชทนทานต่อโรคและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
-
ใช้งานได้หลากหลาย: เหมาะสำหรับพืชทุกชนิด ทั้งพืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ผล และพืชไร่ สามารถใช้ได้ตั้งแต่ระยะแรกของการเจริญเติบโตไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยว
-
ฟื้นฟูต้น: เหมาะสำหรับใช้ฟื้นฟูต้นไม้หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อให้ต้นไม้กลับมาแข็งแรงและพร้อมสำหรับการให้ผลผลิตในรอบถัดไป
-
ละลายน้ำได้ดี: เป็นปุ๋ยเกล็ดที่สามารถละลายน้ำได้ง่าย ไม่มีตะกอน ทำให้สามารถนำไปใช้กับระบบน้ำหยดหรือฉีดพ่นทางใบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อัตราการใช้
อัตราการใช้ปุ๋ย 20-20-20 อาจแตกต่างกันไปตามชนิดของพืชและผู้ผลิตแต่ละราย แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใช้อัตราดังนี้
-
ฉีดพ่นทางใบ: อัตราทั่วไปอยู่ที่ 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วทั้งใบและทุกส่วนของพืช และควรพ่นทุกๆ 7-10 วัน
-
พืชผัก: สำหรับแตง ผักกาดหอม และพืชผักอื่นๆ ใช้อัตรา 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
-
ไม้ผล: สามารถใช้ได้ในระยะบำรุงต้น
-
ไม้ดอกไม้ประดับ: ใช้ได้ทุกระยะการเจริญเติบโต
ข้อควรระวัง:
|
ปุ๋ยเกร็ด 30-10-10
ปุ๋ยเกล็ดสูตร 30-10-10 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก 3 ชนิด คือ ไนโตรเจน (N) 30%, ฟอสฟอรัส (P2O5) 10%, และโพแทสเซียม (K2O) 10% โดยมีสัดส่วนของไนโตรเจนสูงที่สุด ทำให้มีประโยชน์อย่างยิ่งในช่วงที่พืชต้องการการบำรุงในด้านการเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ
ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 30-10-10
-
เร่งการเจริญเติบโตของลำต้นและใบ: ไนโตรเจนในปริมาณสูงเป็นธาตุอาหารสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการสังเคราะห์แสง ทำให้พืชมีลำต้นที่สมบูรณ์และใบเขียวเข้ม การเติบโตเป็นไปอย่างรวดเร็ว
-
บำรุงพืชในระยะแรก: เหมาะสำหรับพืชในช่วงเริ่มต้นของการเจริญเติบโต เช่น ระยะแตกใบอ่อน หรือช่วงที่ต้องการสร้างความแข็งแรงของลำต้นและใบ
-
เพิ่มการแตกยอดและกิ่งก้าน: ช่วยกระตุ้นให้พืชแตกยอดใหม่และมีกิ่งก้านที่สมบูรณ์มากขึ้น
-
ฟื้นฟูต้นที่โทรม: เหมาะสำหรับใช้ฟื้นฟูต้นไม้ที่ผ่านการเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือต้นที่ขาดการบำรุง ทำให้ต้นกลับมาสมบูรณ์แข็งแรงและพร้อมสำหรับการให้ผลผลิตในรอบถัดไป
-
เหมาะสำหรับพืชผักกินใบ: เช่น คะน้า กะหล่ำปลี ผักกาด และพืชผักอื่นๆ ที่ต้องการการเจริญเติบโตของใบเป็นหลัก
-
ละลายน้ำได้ดี: เป็นปุ๋ยเกล็ดที่สามารถละลายน้ำได้ง่าย ไม่มีตะกอน ทำให้สามารถนำไปใช้กับระบบน้ำหยดหรือฉีดพ่นทางใบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อัตราการใช้
อัตราการใช้ปุ๋ย 30-10-10 อาจแตกต่างกันไปตามชนิดของพืชและผู้ผลิตแต่ละราย แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใช้อัตราดังนี้
-
ฉีดพ่นทางใบ: อัตราทั่วไปอยู่ที่ 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วทั้งใบและทุกส่วนของพืช และควรพ่นทุกๆ 7-10 วัน
-
พืชผัก: สำหรับผักกินใบ ใช้อัตรา 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
-
ไม้ผล: ใช้ในช่วงที่ต้องการบำรุงต้นและสร้างใบ เช่น หลังจากตัดแต่งกิ่ง
-
ใช้กับระบบน้ำหยด: สามารถใช้ได้ในอัตราที่เหมาะสมกับระบบและชนิดของพืช
ข้อควรระวัง:
-
ควรใช้ปุ๋ยสูตรนี้ในระยะที่พืชต้องการบำรุงใบและลำต้นเท่านั้น หากใช้ในช่วงออกดอกหรือติดผลมากเกินไป อาจทำให้พืชแตกใบอ่อนแทนที่จะออกดอกหรือติดผล
-
ควรฉีดพ่นในช่วงที่อากาศเย็น เช่น ตอนเช้าหรือตอนเย็น เพื่อให้พืชดูดซึมสารอาหารได้ดี
-
เก็บปุ๋ยในที่แห้งและพ้นจากแสงแดดและความชื้น เพื่อคงคุณภาพของปุ๋ย

ขอต้อนรับสู่ Gemini ผู้ช่วย AI ส่วนตัวของคุณ
|
เอวี แม็กซ์
ธาตุอาหารรอง
ปริมาณธาตุอาหารรอง : แมกนีเซียมที่ละลายน้ำ (Mg) .................................................... 5 %
ประโยชน์ : เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ หรือสีเขียวที่พืชใช้ในการสังเคราะห์แสง
ช่วยให้ใบพืชมีสีเขียวเข้มมากขึ้น ช่วยในการสร้างพลังงาน ดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ไปใช้
ได้มากขึ้น ส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นพืช และช่วยในการเคลื่อนย้ายธาตุฟอสฟอรัส
ในพืช
- เร่งขยายการสังเคราะห์แสง
- เร่งใบแก่
- ช่วยสังเคราะห์กรดอะมิโน, วิตามิน, ไขมัน และน้ำตาล


|
เอวี ดูม
คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย
ปริมาณธาตุอาหารรับรอง :
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) ................................................ 15%
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5) .............................. 0%
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) .................................. 5%
ประโยชน์ : พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้โดยทางรากและทางใบ ช่วยเสริมสร้างให้พืชออกดอก
และติดผลได้ดี


|
ปุ๋ยเกล็ดสูตร 0-52-34
ปุ๋ยเกล็ดสูตร 0-52-34 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลัก 2 ชนิด คือ ฟอสฟอรัส (P2O5) และโพแทสเซียม (K2O) ในอัตราส่วนที่สูงมาก โดยไม่มีธาตุไนโตรเจน (N) เลย ทำให้มีประโยชน์อย่างมากในช่วงที่พืชต้องการสารอาหารเพื่อการออกดอกและสร้างผลผลิต
ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 0-52-34
-
เร่งการออกดอกและติดผล: ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในปริมาณสูงช่วยกระตุ้นการสร้างดอกและเพิ่มโอกาสในการติดผล ทำให้พืชมีดอกดกและผลผลิตดีขึ้น
-
สะสมอาหาร: ช่วยให้พืชสะสมอาหารเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกดอกและติดผล ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดี
-
ยับยั้งการแตกใบอ่อน: การที่ไม่มีธาตุไนโตรเจน ทำให้พืชไม่แตกใบอ่อน ซึ่งอาจไปแย่งอาหารจากดอกและผล
-
เพิ่มคุณภาพผลผลิต: โพแทสเซียมช่วยในการสร้างน้ำตาลและแป้งในผล ทำให้ผลไม้มีรสชาติดีขึ้น มีน้ำหนักมากขึ้น และมีเนื้อแน่น
-
ส่งเสริมการเจริญเติบโตของราก: ฟอสฟอรัสช่วยให้รากแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดี ทำให้พืชดูดซึมสารอาหารจากดินได้มีประสิทธิภาพ
-
ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถใช้ได้กับพืชหลากหลายชนิด ทั้งไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก และพืชไร่ โดยสามารถนำไปละลายน้ำเพื่อฉีดพ่นทางใบหรือใช้กับระบบน้ำหยดได้
อัตราการใช้
อัตราการใช้ปุ๋ย 0-52-34 อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและวัตถุประสงค์ในการใช้ แต่โดยทั่วไปแล้วอัตราการใช้จะอยู่ในช่วงดังนี้
-
ฉีดพ่นทางใบ: โดยทั่วไปจะใช้อัตรา 25-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วใบและทุกส่วนของพืช ทุกๆ 7-10 วัน
-
เพื่อหยุดยอดและเร่งการออกดอก: ใช้อัตรา 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
-
สำหรับพืชผักและพืชหัว: ใช้อัตรา 25-150 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
-
สำหรับไม้ผล เช่น ลำไย ทุเรียน: นิยมใช้ในช่วงสะสมอาหารเพื่อเร่งการออกดอก
ข้อควรระวัง:
-
ควรพ่นในช่วงเช้าหรือเย็น หลีกเลี่ยงช่วงแดดจัด
-
ห้ามพ่นขณะพืชขาดน้ำหรือมีอาการเหี่ยวเฉา
-
ควรเก็บรักษาปุ๋ยในที่แห้งและมิดชิด
|
ปุ๋ยเกร็ด 6-30-30
ปุ๋ยเกล็ดสูตร 6-30-30 เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลักครบทั้งสามชนิด คือ ไนโตรเจน (N) 6%, ฟอสฟอรัส (P2O5) 30%, และโพแทสเซียม (K2O) 30% โดยมีสัดส่วนของฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงเป็นพิเศษ ทำให้เหมาะสำหรับพืชในระยะที่ต้องการการสะสมอาหารและสร้างผลผลิต
ประโยชน์ของปุ๋ยเกร็ด 6-30-30
-
เร่งการออกดอกและติดผล: ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในปริมาณสูงช่วยกระตุ้นการสร้างดอกและเพิ่มโอกาสในการติดผล ทำให้พืชมีดอกดกและผลผลิตดี
-
ขยายขนาดและเพิ่มน้ำหนักผล: โพแทสเซียมมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลและแป้งจากใบไปสู่ผลและหัว ทำให้ผลไม้มีขนาดใหญ่ขึ้น มีน้ำหนักมากขึ้น และมีเนื้อแน่น
-
เพิ่มคุณภาพผลผลิต: ปุ๋ยสูตรนี้ช่วยเพิ่มรสชาติ ความหวาน และสีสันของผลไม้ ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดีและเป็นที่ต้องการของตลาด
-
สร้างแป้งและน้ำตาล: เหมาะสำหรับพืชหัวและพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง ที่ต้องการการสะสมแป้งในหัวเพื่อเพิ่มน้ำหนักและผลผลิต
-
เสริมสร้างความแข็งแรง: แม้จะมีไนโตรเจนในปริมาณน้อย แต่ก็เพียงพอต่อการบำรุงต้นให้แข็งแรงในช่วงที่พืชกำลังสร้างผลผลิต
-
ใช้งานได้หลากหลาย: สามารถใช้ได้กับพืชหลากหลายชนิด ทั้งไม้ผล พืชผัก พืชหัว และไม้ดอกไม้ประดับ โดยสามารถนำไปละลายน้ำเพื่อฉีดพ่นทางใบหรือใช้กับระบบน้ำหยดได้
อัตราการใช้
อัตราการใช้ปุ๋ย 6-30-30 จะแตกต่างกันไปตามชนิดและระยะการเจริญเติบโตของพืช แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใช้อัตราดังนี้
-
ฉีดพ่นทางใบ: อัตราทั่วไปอยู่ที่ 50-100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ควรฉีดพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ ให้ทั่วทั้งใบและลำต้น
-
สำหรับพืชผักและไม้ผล: ควรใช้ในช่วงที่พืชเริ่มออกดอกและเริ่มสร้างผลผลิต ควรฉีดพ่นทุกๆ 7-10 วัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
-
สำหรับพืชหัว (เช่น มันสำปะหลัง): นิยมใช้ในช่วงที่พืชกำลังสร้างหัวและสะสมแป้ง เพื่อช่วยให้หัวมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากขึ้น
ข้อควรระวัง:
|
เอวี เค
ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) ............................................................................ 4%
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2 O5 ) ......................................................... 24%
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2 O) .............................................................. 24%
ประโยชน์
พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้โดยทางรากและทางใบช่วยเสริมสร้างให้พืชออกดอก
และติดผลได้ดี
- สะสมอาหาร
- สะสมแป้ง
- คาร์โบไฮเดรต
พืชที่แนะนำให้ใช้


|
วี เอ็น
ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) .......................................................................................................... 20%
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5 ) ......................................................................................... 4%
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) .............................................................................................. 4%
ประโยชน์
สามารถละลายน้ำได้และพืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารเข้าทางรากและทางใบ
ช่วยเสริมสร้างให้พืชออกดอก และติดผลได้ดี
พืชที่แนะนำให้ใช้


|
เอวี พี
ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) ................................................................................... 6%
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5 ) ................................................................ 24%
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) ..................................................................... 6%
ประโยชน์
พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้โดยทางรากและทางใบ ใช้ในช่วงออกดอก ช่วยเสริม
สร้างการออกดอกและเพิ่มความสมบูรณ์ของดอก ทำให้ออกดอกสม่ำเสมอ ไม่หลุดร่วงง่าย
- สะสมอาหาร
- สร้างตาดอก
- ช่วยให้พืชออกดอกได้เร็วขึ้น
พืชที่แนะนำให้ใช้


|
แมนแมน
ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย
ปริมาณธาตุอาหารเสริม : โบรอน (B) .............................................................................. 2%
ประโชยน์
ช่วยในการผสมเกสรได้ดี ป้องกันเมล็ดลีบ เพิ่มน้ำหนัก ทำให้พืชนำธาตุโพแทสเซียมและธาตุแคลเซียมไปใช้ได้ดีขึ้น มีบทบาทในการย่อยและสังเคราะห์โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตจำเป็นในการแบ่งเซลล์พืชช่วยการขนย้ายน้ำตาลทางท่ออาหารในพืช จำเป็นสำหรับการงอกของละอองเรณู และการเจริญของท่อนิวเคลียสของเรณู มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูดและคายน้ำ และการสังเคราะห์แสง
- ป้องกันเมล็ดลีบ
- ช่วยในการผสมเกสรได้ดี
- ช่วยเพิ่มน้ำหนัก
- ช่วยการขนย้ายน้ำตาลทางท่ออาหารในพืช
พืชที่แนะนำให้ใช้

|
เอวี โปร
ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม
ปริมาณธาตุอาหารรอง : แคลเซียม (CaO) .................................................................... 6%
ปริมาณธาตุอาหารเสริม : โบรอน (B) ...........................................................................0.2%
ประโยชน์
ป้องกันการขาดธาตุแคลเซียมและโบรอน ช่วยในการแบ่งเซลล์และการงอกของเกสรตัวผู้
ให้งอกเข้าไปผสมกับไข่ของเกสรตัวเมีย ช่วยเพิ่มปริมาณการติดผลต่อช่อ รวมทั้งช่วยขยายขนาดของผล
และสามารถป้องกันไม่ให้ผล เถา หรือฝักแตก ทำให้เนื้อแน่น ป้องกันแกนไส้นิ่ม รสชาติและสีดีขึ้น
ช่วยในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลจาก ลำต้น ใบ มาสู่ผล และเมล็ด สามารถเก็บสะสมอาหาร ผลมีการพัฒนา
เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ หลุดปัญหาการหลุดร่วงได้
- ช่วยผสมเกสร
- ทำให้ออกดอกสม่ำเสมอ
- ทำให้ดอกสมบูรณ์ แข็งแรง
- ชะลอการบานของดอกก่อนกำหนด
พืชที่แนะนำให้ใช้


|
เอวี ซี
ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) ........................................................................................................... 13%
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5 ) ......................................................................................... 13%
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) ............................................................................................. 13%
ประโยชน์
พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้โดยทางรากและทางใบช่วยเสริมสร้างให้พืช
เจริญเติบโตเร็วและติดดอกออกผล
พืชที่แนะนำให้ใช้


|
เอวี-พลัส
ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม
ปริมาณธาตุอาหารรอง : แมกนีเซียม (MgO) ............................................ 3%
ปริมาณธาตุอาหารเสริม : แมงกานีส (Mn) ................................................ 1%
สังกะสี (Zn) ..................................................... 5%
ประโยชน์
องค์ประกอบของออกซิน (auxin) ช่วยในการสร้างตายอด และตาดอกของพืช เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ เพิ่มการสังเคราะห์แสง ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน ทำให้พืชสร้างแป้ง และน้ำตาลมากขึ้น เพิ่มการสร้างคลอโรฟิลล์ ทำให้ใบเขียวเข้ม ใบหนา ช่วยให้พืชทนหนาวได้ดี แก้อาการใบแก้ว ใบลายในส้ม มะนาว และแก้อาหารขาดธาตุสังกะสี
- ช่วยสังเคราะห์แสง และสะสมอาหาร
- แก้ปัญหาการขาดธาตุสังกะสี และแมกนีเซียม
- แก้ปัญหาโรคใบแก้ว ใบลาย ในพืชตระกูลส้ม
พืชที่แนะนำให้ใช้


|
ไรอั้น
ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย
ปริมาณธาตุอาหารเสริม : สังกะสีที่ละลายน้ำ (Zn) ................................................ 1%
ประโยชน์
เกี่ยวข้องในการสร้างสารควบคุมการเจริญเติบโต (Auxin) ที่ปลายยอด ช่วยให้พืชแตกตาดอก
และ ตายอด เพิ่มคุณภาพของผลผลิต แก้ปัญหาการขาดธาตุสังกะสี แก้อาการใบแก้ว ใบลายในส้ม ช่วยให้
พืชทนทานต่อสภาวะอากาศหนาวได้ดีขึ้น
- เร่งใบแก่
- หยุดใบอ่อน
- เพิ่มการออกดอก
- เพิ่มการสะสมอาหาร
|
เอวี มิกซ์
ธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม
คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดผง ประกอบไปด้วยปริมาณธาตุอาหารรอง ดังนี้
แมกนีเซียมที่ละลายน้ำ (Mg)...................................... 5%
ปริมาณธาตุอาหารเสริมดังนี้
เหล็กที่ละลายน้ำ (Fe)…........................................... 3%
แมงกานีสที่ละลายน้ำ (Mn)…..................................... 3%
ทองแดงที่ละลายน้ำ (Cu)…....................................... 1%
สังกะสีที่ละลายน้ำ (Zn)…......................................... 1%
โบรอนที่ละลายน้ำ (B)…........................................ 0.4%
โมลิบดีนัมที่ละลายน้ำ (Mo)….................................. 0.1%
ประโยชน์ เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิล์ที่พืชใช้ในการสังเคราะห์แสง ช่วยให้ใบพืชมีสีเขียวเข้ม ใบหนา ช่วยในการเจริญเติบโตของต้นพืช เป็นองค์ประกอบของออกซิเจน ช่วยในการสร้างตายอด และตาดอก เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ เพิ่มการสังเคราะห์แสง เป็นตัวสำคัญในกระบวนการหายใจของพืช ทำให้พืชใช้ธาตุเหล็ก ธาตุโพเทสเซียม และธาตุแคลเซียมไปใช้ได้ดีขึ้น ช่วยในการทำงานของเอนไซนม์ ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนทำให้พืชสร้างแป้งและน้ำตาลมากขึ้น ช่วยในการผสมเกสร ป้องกันเมล็ดลีบ เพิ่มน้ำหนัก ช่วยให้พืชทนหนาวได้ดี แก้อาการใบแก้ว ใบลายใน ส้ม มะนาว และแก้อาการขาดธาตุสังกะสี

|
วีจิ
ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ สูตร 15-5-0
ประกอบด้วย
ปริมาณธาตุอาหารรับรอง :
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) ........................................................ 15%
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5 ) ........................................ 5%
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) ............................................. 0%
ประโยชน์
พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้โดยทางรากและทางใบ ช่วยเสริมสร้างให้พืชเจริญเติบโต
ของลำต้นและใบติดผลถูกต้องตามฤดูกาล และช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้แก่ลำต้นและใบ
คุณสมบัติ
- สารช่วยกระตุ้น การเจริญเติบโต
- ส่งเสริมการดูดซับธาตุอาหาร
- เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตในพืช
|
ศรีสุข
ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ
ธาตุอาหารรอง
ปริมาณธาตุอาหารรอง : แมกนีเซียม (MgO) ............................................ 2%
กำมะถัน (S) ................................................. 0.2%
ประโยชน์
ส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ หรือสีเขียวที่พืชใช่ในการสังเคราะห์แสง ช่วยให้ใบพืช
มีสีเขียวเข้ม มากขึ้น ช่วยในการสร้างพลังงาน ดูดซึมอาหารต่างๆ ไปใช้ได้มากขึ้น ช่วยในการเจริญเติบโต
ของต้นพืช และช่วยในการเคลื่อนย้ายธาตุฟอสฟอรัสในพืช ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช ช่วยสังเคราะห์
โปรตีน เพิ่มการสังเคราะห์แสง เพิ่มการสร้างแป้ง และน้ำตาล ช่วยเพิ่มรสชาติ สีสัน และความหวานให้แก่ผล
ช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพให้มากขึ้น ช่วยในการสร้างน้ำมันในพืช และกลิ่นสำหรับพืชบางชนิด
- ช่วยเพิ่มผลผลิต
- ช่วยเพิ่มสีและกลิ่น
- ช่วยสังเคราะห์โปรตีน
- ช่วยในการเจริญเติบโต
|
เอ ทรู
ธาตุอาหารรอง เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย
ปริมาณธาตุอาหารรอง
แคลเซียม (CaO).............................................................. 3%
ประโยชน์
เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ ที่พืชใช้ในการสังเคราะห์แสง ช่วยให้ใบพืชมีสีเขียวเข้ม ช่วยในการ ดูดซึมอาหารต่างๆ ได้มากขึ้น ช่วยในการเจริญเติบโตของต้นพืช พืชทั้งยังเป็นโครงสร้างผนังเซลล์ของพืช ทำให้พืชมีความแข็งแรง และยังช่วยในการสร้างโปรตีน ช่วยขยายขนาดของผล และป้องกันไม่ให้ผล เถา หรือฝักแตก ทำให้เนื้อแน่น ป้องกันแกนไส้นิ่ม รสชาติและสีดีขึ้น ช่วยในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลจากลำต้น ใบ มาสู่ผลและเมล็ด สามารถเก็บสะสมอาหาร ช่วยให้ผลมีการพัฒนาเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์
- ลดการหลุดร่วงของผล
- ป้องกันผลแตก ผลร่วง
- ทนทานต่อสภาพอากาศ
- ผลผลิตได้คุณภาพ

|
เอวัน
ธาตุอาหารเสริม เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย
ปริมาณธาตุอาหารเสริม
สังกะสี (Zn).................................................................................. 1%
ประโยชน์
เป็นโครงสร้างผนังเซลล์ของพืช ทำให้พืชมีความแข็งแรง และยังช่วยในการสร้างโปรตีน ช่วยขยายขนาดของผล และป้องกันไม่ให้ผล เถา หรือฝักแตก ทำให้เนื้อแน่น ป้องกันแกนไส้นิ่ม รสชาติและสีดีขึ้น ลดปัญหาการหลุดร่วงได้ ทั้งยังเกี่ยวข้องในการสร้างสารควบคุมการเจริญเติบโต ที่ปลายยอด ช่วยให้พืช แตกตาดอกและ ตายอด เพิ่มคุณภาพของผลผลิต แก้ปัญหาการขาดธาตุสังกะสี แก้อาการใบแก้ว ใบลายในส้ม ช่วยให้พืชทนทานต่อสภาวะอากาศหนาวได้ดีขึ้นอีกด้วย
- ลดการหลุดร่วงของดอก
- ช่วยให้การผสมเกสรดอกสมบูรณ์
- ยืดระยะการผสมเกสรให้นานขึ้น
- ทำให้ขั้วดอก เหนียว
- ทนทานต่อสภาพอากาศ

|
เอวี ซิงค์
ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย
ปริมาณธาตุอาหารเสริม : สังกะสี (Zn) .................................................................... 8%
ประโยชน์
เกี่ยวข้องในการสร้างสารควบคุมการเจริญเติบโต (Auxin) ที่ปลายยอด ช่วยให้พืชแตกตาดอก
และตายอด เพิ่มคุณค่าของผลผลิต ช่วยในการสังเคราะห์คลอโรฟ์ลล์ และแป้ง แก้ปัญหาการขาดธาตุสังกะสี
แก่อาการใบแก้ว ใบลายในส้ม ช่วยให้พืชทนทานต่อสภาวะอากาศหนาวได้ดี
- แก้ใบแก้ว
- เพิ่มความหวาน
- ช่วยกันหนาว

|
วี ลีนเนอร์
คุณสมบัติ : เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย
ปริมาณธาตุอาหารเสริม : สังกะสีที่ละลายน้ำ (Zn) .................................................... 2 %
ประโยชน์
เกี่ยวข้องในการสร้างสารควบคุมการเจริญเติบโต (Auxin) ที่ปลายยอด ช่วยให้พืชแตกตาดอก
และตายอด เพิ่มคุณค่าของผลผลิต ช่วยในการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ และแป้ง แก้ปัญหาการขาดธาตุสังกะสี แก้อาการใบแก้ว ใบลายในส้ม ช่วยให้พืชทนทานต่อสภาวะอากาศหนาวได้ดี
- แก้ปัญหาใส้แตกในแตงโม
- เร่งความหวานเพิ่มคุณภาพเนื้อผล
- ลดปัญหาการหลดร่วงของผล
- เพิ่มความแข็งแรง
- กำจัดเชื้อรา
- ผิวผลสวย

|
แดงกินรี
คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย
ปริมาณธาตุอาหารรอง
แคลเซียมที่ละลายน้ำ (Ca) ......................................................................................... 4%
ประโยชน์
เป็นโครงสร้างผนังเซลล์ของพืช ทำให้พืชมีความแข็งแรง และช่วยในการสร้างโปรตีน ช่วยขยายขนาดของผล และป้องกันไม่ให้ผล เถา หรือผักแตก ทำให้เนื้อแน่น ป้องกันแกนไส้นิ่ม รสชาติและสีดีขึ้น ช่วยในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลจากลำต้น ใบมาสู่ผล และเมล็ด สามารถเก็บสะสมอาหาร ผลมีการพัฒนาเจริญเติบโต ได้อย่างสมบูรณ์ ลดปัญหา การหลุดร่วงของผลได้
- ผลดกใหญ่
- เนื้อแน่น
- น้ำหนักถี
- ช่วยเร่งสี
- เพิ่มความหวาน

|
ฟรุ๊ต-โตะ
คุณสมบัติ เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ
ประกอบด้วย
ปริมาณธาตุอาหารรอง
แมกนีเซียมที่ละลายน้ำ (Mg) ............................................................................. 1%
แคลเซียมที่ละลายน้ำ (Ca) ................................................................................ 3%
คุณสมบัติพิเศษ
- เสริมสร้างเนื้อผล เพิ่มน้ำตาล
- ขยายผลอ่อน
- สร้างแป้ง สร้างน้ำตาล
- สะสมอาหาร
- แป้งแน่นเหนียวแห้ง
ประโยชน์
ประกอบด้วยธาตุอาหารรอง เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ ช่วยให้ใบเขียวเข้ม ใบหนา เพิ่มการสังเคราะห์แสง ช่วยให้ใบพืชมีสีเขียวเข้ม ช่วยในการสร้างพลังงาน ดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ไปใช้ได้มากขึ้น ช่วยในการเคลื่อนย้ายธาตุฟอสฟอรัสในพืช ช่วยในการสร้างโปรตีนช่วยขยายขนาดของผล ช่วยป้องกันผล เถาหรือฝักแตก ฝักฝ่อ ทำให้เนื้อแน่น ปองกันแกนไส้นิ่มเพิ่มการสะสมอาหารในต้นพืช รสชาติและสีดีขึ้น ทำให้พืชเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ลดการหลุดร่วงของผล ป้องกันอาการขาดแมกนีเซียม และแคลเซียมในพืช

|
เอวี แคล
ปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม ดังนี้
ธาตุอาหารรอง
แมกนีเซี่ยม (MgO) ............................................................................ 1%
แคลเซี่ยม (Cao ) ............................................................................... 10%
ธาตุอาหารเสริม
โบรอน (B) ....................................................................................... 0.2%
ประโยชน์
ประกอบด้วยธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ หรือสีเขียวที่ใช้ในการสังเคราะห์แสง ช่วยให้ใบพืชมีสีเขียวเข้มมากขึ้น ดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ไปใช้ได้มากขึ้น ช่วยในการผสมเกสร ป้องกันเมล็ดลีบ เพิ่มน้ำหนัก ช่วยในการย่อยและสังคราะห์โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต ที่จำเป็นในการแบ่งเชลล์ ช่วยขยายขนาดของผล ป้องกันการแตกของผล ฝักฝ่อ ไม่นิ่ม เพิ่มการสะสมอาหารในต้นพืช ป้องกันอาการขาดแมกนีเซียม แคลเซียมและโบรอนในพืช
- ช่วยผสมเกสร
- ป้อกันผลร่วง
- เร่งเพิ่มและขยายผล
- ลงหัวแน่น
- ป้องกันผลแตก
- ต้นเขียวสวย

|
โฟชัว
คุณสมบัติ
เป็นปุ๋ยเคมีชนิดน้ำ ประกอบด้วย
ปริมาณธาตุอาหารรับรอง :
ไนโตรเจนทั้งหมด (N) ......................................... 7%
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5) ...................................... 15%
โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) ....................................... 20%
ประโยชน์
พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้โดยทางรากและทางใบ ช่วยเสริมสร้างให้พืชออกดอก
และติดผลได้ดี
|